พลังงาน สั่งปตท.ให้ความร่วมมือการตรวจสอบอุบัติเหตุเรือคลองแสนแสบ ชี้ก๊าซเอ็นจีวี-แอลเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่ติดไฟ
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แถลงว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ได้ติดตามสถานการณ์เรือคลองแสนแสบซึ่งติดตั้งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 โดยให้ บมจ.ปตท.ติดตามสถานการณ์และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบ เช่น กรมเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื้อเพลิงก๊าซแอลเอ็นจี และเอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิงที่ไม่ติดไฟเหมือนแอลพีจี แม้จะปลอดภัยกว่า แต่ขั้นตอนการทำงานของทุกเครื่องยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกระบบก็ต้องดูแลมาตรฐานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เรือ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมเจ้าท่า รถยนต์ก็เป็นไปตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก เป็นต้น
“ปตท.รายงานว่าเรือที่เกิดอุบัติเหตุเพิ่งตรวจสอบมาตรฐานจากกรมเจ้าท่าเมื่อเดือนมกราคม แต่เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ได้อยู่นิ่ง ก็ต้องตรวจสอบว่าเกิดปัญหาจากส่วนไหน ซึ่งคำสั่งกรมเจ้าท่าให้หยุดการใช้เครื่องยนต์แอลเอ็นจีไปก่อน จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องจนกว่าจะพิสูจน์ชัด” นายทวารัฐ กล่าว
นายทวารัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้แอลเอ็นจีกับภาคขนส่งมีเพียงเรือคลองแสนแสบเท่านั้น โดยกระทรวงพลังงานและ ปตท.สนับสนุนให้มีโครงการทดสอบและนำร่องเมื่อ 7 ปี ก่อน ซึ่งผลการทดสอบพบว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซล ทางผู้ประกอบการจึงมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นเชื้อเพลิง ร่วมระหว่างแอลเอ็นจีและดีเซลประมาณ 25- 30 ลำ จากเรือประมาณ 70 ลำ โดยก๊าซฯ ที่ขนส่งมาจำหน่าย ทาง ปตท.เป็นผู้จำหน่ายจากแหล่งก๊าซหนองตูม จังหวัดสุโขทัย โดยเป็นก๊าซส่วนเหลือ ( Association Gas) จึงนำมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยก๊าซแอลเอ็นจีส่วนหนึ่งขนส่งไปยังสถานีสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแปลงสภาพแอลเอ็นจีเป็นเอ็นจีวีจำหน่ายรถยนต์ทั่วไป









