"โรงงานยาสูบ" มั่นใจลดงบซื้อเครื่องจักรได้ 2 พันล้าน เหลือไม่เกิน 5 พันล้าน จากการปรับรูปแบบจัดซื้อจัดจ้าง ใช้ข้อตกลงคุณธรรมเพื่อความโปร่งใส
นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานยาสูบเริ่มทยอยจัดซื้อเครื่องจักรสำหรับการย้ายโรงงานไปที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยาแล้ว โดยจะนำข้อตกลงคุณธรรม มาใช้ในการจัดซื้อเครื่องจักรทั้งหมด 6 สัญญา มูลค่ารวม 7 พันล้านบาท โดยได้ลงนามไปแล้ว 2 สัญญา
จากการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการนำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้ สามารถประหยัดงบลงทุนซื้อเครื่องจักรไปแล้วกว่า 1.6 พันล้านบาท มั่นใจว่าจะสามารถปรับลดลงได้อีกในส่วนสัญญาที่ยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม หรือโดยรวมแล้ว การจัดซื้อเครื่องจักรสามารถประหยัดงบได้ 2 พันล้านบาท หรือใช้งบการซื้อเครื่องจักรเหลือ 5 พันล้านบาท
“การย้ายโรงงานยังเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยย้ายได้ทั้งหมดภายในปี 2562 จากการทำความเข้าใจกับพนักงานในช่วงที่ผ่านมา มีพนักงานสมัครใจย้ายไปทำงานที่โรงงานใหม่แล้ว 1,300 คน จากพนักงานส่วนกลางทั้งหมด 1,800 คน ส่วน 500 คนที่เหลือก็มีที่เกษียณอายุบ้าง บางส่วนยังทำงานแบ็คออฟฟิสที่เดิม และย้ายกลับไปยังภูมิลำเนา”
ทั้งนี้ โรงงานยาสูบ เป็นหน่วยงานภาครัฐที่นำร่องดำเนินโครงการนำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) มาใช้ในการจัดซื้อเครื่องจักรของโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ และได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เข้าร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง
สำหรับแผนการย้ายฐานการผลิตยาสูบไปที่โรงงานผลิตยาสูบ 6 พร้อมกับการย้ายพนักงาน การย้ายเครื่องจักรเก่าและการจัดหาเครื่องจักรใหม่ จะสอดคล้องกับแผนการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งจะทยอยย้ายไปทีละส่วนงาน โดยไม่ส่งผลกระทบกับพนักงาน และการดำเนินงานของโรงงานยาสูบ โดยส่งมอบพื้นที่โรงงานยาสูบคลองเตย ซึ่งได้น้อมเกล้าฯ ถวายพื้นที่แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะส่งมอบพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อก่อสร้างสวนป่า “เบญจกิติ” ส่วนที่ 2 ระยะที่ 1 บนเนื้อที่ 61 ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จทันเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 12 ส.ค.2559
การก่อสร้างสวนป่า “เบญจกิติ” ส่วนที่ 2 บนพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมอีกกว่า 320 ไร่นี้ นับเป็นส่วนที่ดำเนินการต่อเนื่องจาก “สวนเบญจกิติ” ส่วนที่ 1 ซึ่งเป็นสวนน้ำที่โรงงานยาสูบได้น้อมเกล้าฯ ถวายพื้นที่กว่า 140 ไร่ เมื่อปี 2547 มีแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 เฟส เริ่มดำเนินการในปี 2559 และคาดจะแล้วเสร็จปี 2562 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่มีสภาพเป็นสวนป่าแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ
ทั้งนี้งบประมาณที่ใช้ก่อสร้างสวนป่า “เบญจกิติ” ส่วนที่ 2 กว่า 1,000 ล้านบาท โรงงานยาสูบจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยใช้เงินจากส่วนที่โรงงานยาสูบต้องนำส่งเข้ากระทรวงการคลัง และจะส่งมอบให้กรมธนารักษ์สำหรับการก่อสร้างสวนป่าฯ ระยะที่ 1 เป็นเงิน 210 ล้านบาท









