กำไรไตรมาส 4/58 ตามคาด; มองไตรมาส 1/59 แนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง
เป็นไปตามที่เราคาด
BH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 9% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 9% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยบริษัทประกาศเงินปันผลต่อหุ้นที่ 1.45 สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2558 ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นที่ 0.7% ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 มี.ค. และจ่ายปันผลในวันที่ 17 พ.ค.
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้ค่ารักษาพยาบาลและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นหนุนการเติบโตของกำไร YoY รายได้ค่ารักษาพยาบาลทำสถิติสูงสุดที่ 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY (เป็นผู้ป่วยชาวต่างชาติ 65% และ ชาวไทย 35%) จากการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยเคสรุนแรง 11% สำหรับผู้ป่วยใน และ 1% สำหรับผู้ป่วยนอก ซึ่งช่วยหักกลบผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่หดตัวลง จำนวนผู้ป่วยลดลง 3% YoY สำหรัยผู้ป่วยใน แล 4% สำหรับผู้ป่วยนอก โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 40.4% ในไตรมาส 4/58 หนุนจากจำนวนผู้ป่วยเคสรุนแรงที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 1.5% YoY และ 1.6% QoQ เป็น 19.7% ในไตรมาส 4/58 เนื่องจากค่าจ้างพนักงานและการจ่ายโบนัส ทั้งนี้กำไรไตรมาส 4/58 ลดลง QoQ นั้นเนื่องจากผลของฤดูกาล โดยบริษัทยังคงอยู่ในสถานะเงินสดสุทธิ ณ สิ้นปี 2558
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 1/59 ทรงตัว YoY จากผลการดำเนินงานที่ดีมากซึ่งเป็นฐานที่สูงในไตรมาส 1/58 ที่มีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดถึง 975 ล้านบาท และเราคาดกำไรไตรมาส 1/56 เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่ดี รายได้ค่ารักษาพยาบาลคาดขยายตัวในระดับต่ำกว่า 10% YoY เล็กน้อยจากราคาค่ารักษาพยาบาลและจำนวนผู้ป่วยเคสรุนแรงที่สูงขึ้น จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติคาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ระดับการเติบโตระดับเพียงตัวเลขหลักเดียวต่ำๆ ทั้งนี้หากเทียบรายไตรมาสรายได้และอัตรากำไรในไตรมาส 1/59 คาดปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงประมาณการ จากแนวโน้มการเติบโตปี 2559 ที่ดีกว่า SET (ในกลุ่มที่ BLS ให้คำแนะนำ) BH ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ค่ารักษาพยาบาลเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 8-10% ในปี 2559 หนุนจาก ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น 3-5% การขยายตัวของจำนวนผู้ป่วยเคสรุนแรง 3-6% และการเติบโตของปริมาณผู้ป่วยที่เติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียวต่ำๆ ทั้งนี้หากผลตอบรับของการเปิดตัวคลินิกในย่างกุ้ง, พม่า (เปิดให้บริการในไตรมาส 2/59) เป็นไปด้วยดีน่าจะหนุนให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรได้ในระยะยาว หากประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามเป้า
สำหรับโครงการคลินิกในพม่านั้นเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่ให้บริการสำหรับผู้ป่วยนอกเท่านั้น และตั้งอยู่ในเมืองหลวงเก่าอย่างย่างกุ้ง ด้วยพื้นที่รวมทั้งหมด 450 ตารางเมตร โดยให้บริการการดูแลรักษาขั้นพื้นฐาน, การตรวจทางห้องปฏิบัติการ, บริการเอกซเรย์, การเอ็กซเรย์เต้านมและการอัลตร้าซาวด์
คำแนะนำ
BH ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและอัตรากำไรที่มีแนวโน้มขาขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมาและยังคงตั้งเป้าการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 (คิดด้วยวิธี DCF) ที่ 250 บาท ด้วย WACC 7.6% และ terminal growth rate ที่ 2.0% ปัจจุบันซื้อขายกันที่ PER ปี 2559 ที่ 38.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 34 เท่า) ซึ่งเหมาะสมเนื่องจากค่า ROE ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มการแพทย์ของโลก (29% สำหรับ BH เทียบกับ 17% สำหรับค่า เฉลี่ยของโลก) กำไรแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกผ่านงบดุลที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง (มีสถานะเงินสดสุทธิ)









