ปี 58 รายงานขาดทุนจากธุรกิจถ่านอ่อนตัวคาดพลิกมีกำไรปี 59
ประเด็นการลงทุน
- รายงานขาดทุนปี 58 ที่ 1,534 ล้านบาท -157%YoY : โดยผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุนครั้งแรกในรอบ 16 ปีเนื่องจากผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่อ่อนตัวลงตามราคาขายถ่านหิน อีกทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้ามีการหยุดซ่อมบำรุงในช่วง 1H58 ส่งผลให้กำไรปรับตัวลง โดย 1)ธุรกิจถ่านหินที่ออสเตรเลียราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลง 4% จากปี 57 สู่ระดับ 65.9 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ปริมาณขายปรับตัวลง 16 % สู่ระดับ 12.99 ล้านตันเนื่องจากมีการต่ออายุสัญญาใช้พื้นที่กับภาครัฐของเหมือง Spring Vale ทำให้ไม่สามารถผลิตได้ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ขณะที่ต้นทุนการผลิตทรงตัวที่ระดับ 49 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตัน 2) ธุรกิจถ่านหินที่อินโดนีเซียราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลง 13% สู่ 58.4 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณขายทรงตัวที่ระดับ 28 ล้านตัน แต่ต้นทุนการผลิตปรับตัวลง 16% สู่ 37.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเหมืองให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3)ธุรกิจโรงไฟฟ้า BLCP กำไรปรับตัวลง 21% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงครึ่งแรกของปี 58 4) ธุรกิจโรงไฟฟ้าหงโดยรวมยังไม่สามารถสร้างกำไรได้เนื่องจากเริ่มทำการผลิตเพียงหน่วยที่ 1 และหน่วยที่ 2 ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังสูงกว่ารายได้
- บริษัทมีแผนปรับลดการลงทุนในธุรกิจถ่านหินแต่เน้นการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า : BANPU ปรับลดการลงทุนในธุรกิจถ่านหินลงเหลือ 154 ล้านดอลลาร์ซึ่งลดลง 70% จากแผนการลงทุนช่วงปี 55-58 เนื่องจากภาวะตลาดถ่านหินที่ซบเซาอีกทั้งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด โดยหันมามุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจโรงไฟฟ้าสู่ 2.4 GW ในปี 63 เนื่องจากเป็นการต่อยอดธุรกิจไปยังปลายน้ำซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจต้นน้ำ โดยในปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ราว 1.63 GW (รวมโรงไฟฟ้าหงสาทั้ง 3 หน่วย)
- เลื่อนการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ BANPU POWER (BPP) เป็น 2H59 : BANPU เลื่อนการจดทะเบียนบริษัท BPP เป็นช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ แต่ฝ่ายวิจัยยีงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเข้าจดทะเบียนของ BPP เพราะหลังจากมีการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วทาง BPP จะนำเงินที่ได้มาชำระคืนเงินกู้แก่ BANPU ราว 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้บริษัทลดภาระดอกเบี้ยได้ราว 8 ร้อยล้านบาทต่อปี
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 22 บาท : คาดปี 59 ธุรกิจโรงไฟฟ้าของ BANPU จะเป็นตัวหนุนกำไรหลักเพราะคาดว่าโรงไฟฟ้า BLCP จะไม่หยุดซ่อมบำรุงเหมือนปี 58 อีกทั้งโรงไฟฟ้าหงสาจะทำการผลิตไฟฟ้าครบทั้ง 3 หน่วย ซึ่งจะชดเชยผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่ปรับตัวลงตามภาวะตลาดที่ซบเซาได้ ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 59 ขึ้นจาก 563 บาทเป็น 1,510 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 168% นอกจากนี้หาก BANPU POWER (BPP) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นการเพิ่ม wealth ให้แก่ BANPU ในอนาคต ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี PBV Ratio ด้วยค่า Prospective PBV ที่ 0.85 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 22 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









