วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GTB - ราคา IPO ยังไม่กำหนด

ผู้ผลิต ติดตั้ง และจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำระบบเผาไหม้

บริษัท เจตาแบค จำกัด (มหาชน)(GTB) เป็นผู้ผลิต จัดจำหน่าย รวมถึงการติดตั้ง และซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไอน้ำ ซึ่งสามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงก๊าซ เชื้อเพลิงน้ำมัน เชื้อเพลิงถ่านหิน และเชื้อเพลิงชีวมวลการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้เพื่อขยายกำลังการผลิต ลงทุนการพัฒนาโปรแกรมคำนวณและออกแบบ ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 1.62บาทสำหรับปี 2559

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

- เครื่องกำเนิดไอน้ำเป็นหัวใจสำคัญของทุกโรงงาน : ในอุตสาหกรรมต่างๆ จะใช้ไอน้ำเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร-ใช้นึ่งและกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ อุตสาหกรรมยา-ใช้ผสมยา อุตสาหกรรมรถยนต์-ใช้ทำสีและอบสี และอุตสาหกรรมโรงแรมและโรงพยาบาล-ใช้ทำน้ำร้อน ซักรีด และกระบวนการฆ่าเชื้อ ดังนั้นเครื่องกำเนิดไอน้ำจึงมีความต้องการจากทุกๆ อุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทถือเป็นผู้นำในการผลิตและติดตั้งเครื่องกำเนิดไอน้ำคุณภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยให้บริการตั้งแต่ออกแบบ ผลิต ติดตั้ง และบำรุงรักษาซึ่งรายได้จากการออกแบบ ผลิต และติดตั้งคิดเป็น 85% ของรายได้รวม และรายได้จากการบำรุงรักษาคิดเป็นรายได้ 15% ของรายได้รวม

- คาดรายได้ปี 58 ทรงตัวก่อนจะเติบโต 22% ในปี 59 : คาดรายได้ปี 58 ทรงตัวใกล้เคียงปี 57 ที่ราว 950 ล้านบาทเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่จะกลับมาเติบโตในปี 59 กว่า 22% เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจปี 59 จะกลับมาขยายตัวทำให้บริษัทได้รับคำสั่งผลิตเครื่องกำเนิดไอน้ำเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้สามารถให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดรายได้รวมปี 59 จะเติบโตราว 22% จากปี 58 สู่ระดับ 1.15 พันล้านบาทและในอนาคตบริษัทตั้งเป้ารายได้จากการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของรายได้รวมหลังมีการขยายสาขาเพิ่มเติม

- คาดกำไรปี 58-60เติบโตเฉลี่ย 18% :ตามที่บริษัทมีแผนขยายสาขาเพื่อให้บริการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไอน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบำรุงรักษาสูงกว่าธุรกิจออกแบบ ผลิต และติดตั้ง ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นรวมราว 21% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 58 59 และ 60 อยู่ที่ 71, 85 และ 99 ล้านบาทตามลำดับซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี

- การประเมินมูลค่าหุ้น :ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PEG Ratio ที่ระดับ 1 เท่าด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18%ในอีก 2 ปีต่อจากนี้เพื่อให้สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของการขยายสาขาและสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจบำรุงรักษาการประเมินราคาเหมาะสมบนปัจจัยพื้นฐานสำหรับปี 2559จากการคำนวณกำไรต่อหุ้นที่ราว 0.09 บาทได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ1.62 บาทซึ่งคิดเป็น P/E ที่ระดับ 18 เท่า