คาดการตั้งขาดทุนใน CTH ฉุดผลประกอบการ
ประเด็นการลงทุน
เราคาด GRAMMY รายงานผลขาดทุนหลักในไตรมาส 4/58 เนื่องจากการเติบโตของรายได้ยังคงน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนคอนเทนต์ ดังนั้นธุรกิจดิจิตัลทีวีของบริษัทยังคงมีผลประกอบการติดลบในช่วงแรก ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทมีแนวโน้มขาดทุนมากขึ้นในไตรมาส 4/58 จากการตั้งค่าใช้จ่ายพิเศษก่อนใหญ่-ผลขาดทนจากการลงทุนใน CTH อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่ใช่รายการเงินสด เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ลง 14% (อ้างอิงจากค่า P/BV) เพื่อสะท้อนการตั้งรายการพิเศษดังกล่าว อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า งบการเงินรวมของปี 2559 จะรายงานผลขาดทุนลดลงและพลิกกลับเป็นกำไรในปี 2560 จากรายได้ธุรกิจดิจิตัลทีวีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราคิดว่า บริษัทจะประสบความสำเร็จในระยะยาวเนื่องจากคอนเทนต์ของช่องดิจิตัลนั้น สร้างคอนเทนต์ได้ค่อนข้างตรงกับกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ จากการพลิกกลับของผลประกอบการในปี 2560
ส่องกล้องไตรมาส 4/58-ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษ
เรายังคงประมาณการขาดทุนหลักที่ 158 ล้านบาท โดยขาดทุนลดลง 64% YoY แต่ขาดทุนมากขึ้น 32% QoQ โดยการขาดทุนมากขึ้น QoQ เนื่องจาก ต้นทุนคอนเทต์ที่สูงขึ้นจากรายการคอนเทนต์ใหม่และการขยายเวลาออกอากาศของละครในช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งนี้ ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทมีแนวโน้มจะมากกกว่าที่เราคาดที่ 158 ล้านบาท จากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน CTH โดยหากเรารวมเอารายการพิเศษดังกล่าวมูลค่า 1,031 ล้านบาท เข้าไปในประมาณการ ขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/58 จะมากขึ้นไปอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท หรือขาดทุนมากขึ้น 168% YoY และ 894% QoQ เราปรับเพิ่มขาดทุนสุทธิปี 2558 เป็น 1 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนรายการพิเศษดังกล่าว
คาดธุรกิจโชว์บิซหนุนรายได้เติบโต QoQ
รายได้จากช่องดิจิตัลทีวีทั้งช่อง ONE และ GMM25 คาดเพิ่มขึ้น 9% QoQ และ 10% QoQ ตามลำดับ รายได้จากธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้น 30% QoQ จากไฮซีซั่นของธุรกิจจัดแสดงในช่วงไตรมาส 4/58 โดยอีเว้นท์ประกอบด้วย คอนเสิร์ตโปเตโต้และบิ๊กเมาเท่นมิวสิคเฟสติวัล รายได้จากธุรกิจโฮมชอปปิ้งน่าจะเพิ่มขึ้น 5% QoQ ซึ่งเป็นผลจากยอดขายต่อวันที่เพิ่มขึ้น รายได้ตั๋วหนังคาดลดลง 7% QoQ โดยรายได้จากภาพยนตร์เรื่อง เมย์ไหน...ไฟแรงเฟร่อ รวม 71 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 ลดลง จากรายได้จากภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ที่ 83 ล้านบาทในไตรมาส 3/58
คาดเรตติ้งดิจิตอลทีวีสูงขึ้นต่อเนื่อง
บริษัทวางแผนที่จะใช้งบประมาณ 2 พันล้านบาทเพื่อพัฒนาคอนเทนต์ในช่วงไพร์มไทม์ โดยเฉพาะละครและรายการวาไรตี้ในปีนี้ โดย 1.5 พันล้านบาทจะถูกใช้ไปกับการพัฒนารายการของช่อง ONE ในขณะที่อีก 600 ล้านบาท จะใช้เพื่อผลิตรายการสำหรับช่อง GMM 25 โดยช่อง ONE จะเน้นเพิ่มคอนเทนต์ในช่วงไพร์มไทม์และช่วงเวลาการออกอากาศตอนเที่ยงมากขึ้น ด้วยรายการข่าวและรายการบันเทิง ในขณะที่ช่อง GMM25 จะเน้นคอนเทนต์ที่มีความแตกต่างเช่นเดิม อย่างเช่น ละครที่เน้นกลุ่มคนดูที่เป็นวัยรุ่น อย่างตอนใหม่ของรายการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คลับไฟร์เดย์ เดอะซีรีย์ 7 ดังนั้น เราเชื่อว่า เรตติ้งและส่วนแบ่งผู้ชมของทั้ง 2 ช่อง น่าจะเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องจากคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งในช่วงปี 2559-2560









