กำไรไตรมาส 4/58 เป็นไปตามคาด คาดกำไรหลักไตรมาสหน้าเติบโต QoQ
เป็นไปตามคาด
PTTGC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 4,688 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 และเพิ่มขึ้น 288% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 2 พันล้านบาท, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 65 ล้านบาท, กำไรจากการทำประกับความเสี่ยงราคาน้ำมัน 3.3 พันล้านบาทและขาดทุจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 2.5 พันล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 5,910 บาท ลดลง 15% YoY และ 1% QoQ ในขณะที่กำไรหลักเป็นไปตามที่เราคาด กำไรสุทธิสูงกว่าที่เราคาดจากกำไรจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่สูงกว่าคาด แต่เป็นไปตามที่ตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ปัจจัยเบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ ได้แก่ 1) ผลขาดทุจากสต็อกน้ำมันที่ลดลง, 2) กำไรจากการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน, 3) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 4/57 และ 3/58 ในขณะที่ ปัจจัยเบื้องหลังการหดตัวของกำไรหลัก ได้แก่ 1) การลดลงของปริมาณขายโอเลฟินส์ (การปิดโรงงานตามแผน), 2) ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ที่อ่อนตัวลง (YoY และ QoQ), 3) ส่วนต่างราคาเบนซินที่ลดลง (ทั้ง YoY และ QoQ), 4) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ อัตรากำไร EBITDA ของธุรกิจโอเลฟินส์ลดลงมาอยู่ที่ 22% ในไตรมาส 4/58 จาก 25% ในไตรมาส 4/57 และ 24% ในไตรมาส 3/58 จากราคา HDPE ที่ลดลง (ลดลง 20% YoY และ 7% QoQ ที่ 1,153 เหรียญสหรัฐ/ตัน) อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้น ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการอ่อนตัวของธุรกิจโอเลฟินส์ได้บางส่วน
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น QoQ จากปริมาณขายอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้น (ไม่มีแผนปิดโรงงาน) และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ช่วงไฮซีซั่นของอุปสงค์ของปิโตรเคมีประกอบกับภาวะสมดุลของอุปสงค์-อุปทาน ช่วยหนุนให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสูงขึ้นตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยส่วนต่างของ HDPE เทียบกับแนฟทาสูงขึ้น 10% YoY และ 8% QoQ ตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 762 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยส่วนต่างราคา PX เพิ่มขึ้น 30% YoY และ 5% QoQ อยู่ที่ 432 เหรียญสหรัฐ/ตัน อย่างไรก็ตาม กำไรหลักไรมาส 1/59 คาดอ่อนตัวลง YoY จากปริมาณขายโอเลฟิส์ที่ลดลง (มีการปิดโรงงานตามแผนหลายโรง) และค่าการกลั่นตลาดที่ลดลง ค่าการกลั่นตลาดของ PTTGC คาดลดลง 18% YoY และ 22% QoQ มาอยู่ที่ 4.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากส่วนต่างราคาดีเซลที่อ่อนตัวลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 34,619 ล้านบาทไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เรามองข้ามผลประกอบการไตรมาส 4/58 ที่อ่อนตัวและคาดว่าราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่สูงขึ้นจากช่วงไฮซีซั่นของอุปสงค์และกำไรหลักไตรมาส 1/59 ที่สูงขึ้น QoQ จะช่วยหนุนให้ราคาหุ้นสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ PTTGC เป็นผู้เล่นที่คาดว่าได้ประโยชน์หากราคาน้ำมันสูงขึ้น จากการที่ราคาผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นเคลื่อนไหวตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักของบริษัท ซึ่งคืออีเทนนั้นเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ นอกจากนี้ มูลค่าปัจจุบันของ PTTGC นั้นค่อนข้างต่ำ ราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันที่ PER สิ้นปี 2559 ที่ 6.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 11 เท่าอยู่ 1.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 13 เท่ามาก









