4Q58 รายงานกำไรตามคาดที่ 3.75 พันล้านบาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 4Q58 รายงานกำไรเติบโต 263%QoQ และ 158%YoY : TOP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ที่ 3,749 ล้านบาทเป็นไปตามที่เราได้คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยผลการดำเนินงาน 4Q58 ถูกกดดันจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบ 3.25 พันล้านบาทหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกว่า 11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสู่ระดับ 34.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยผลการดำเนินงานของทั้ง 3 ธุรกิจปรับตัวดีขึ้นช่วยหนุนกำไรบริษัทโดยรวม 1) ธุรกิจโรงกลั่นค่าใช้กำลังการกลั่น 110 % เพราะค่าการกลั่นยังคงปรับตัวขึ้น 1.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากไตรมาสก่อนหน้าสู่ระดับ 8.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างของน้ำมันดีเซลและส่วนต่างของน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวขึ้นจากการสำรองน้ำมันก่อนเข้าฤดูหนาว 2) ธุรกิจอะโรเมติกส์ใช้กำลังการผลิต 85% ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนและพาราไซลีนปรับตัวขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์ขนาดใหญ่ในประเทศจีน 3) ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นใช้กำลังการผลิต 90% โดยส่วนต่างน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับตัวลงตามอุปสงค์ที่ลดลงตามฤดูกาล อีกทั้งโรงงานในประเทศจีนและเกาหลีใต้กลับมาทำการผลิต ด้านส่วนต่างราคายางมะตอยยังคงปรับตัวขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันเตาปรับตัวลงอย่างมาก
- คาดกำไรปี 59 เติบโตราว 9%YoY จากธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจอะโรเมติกส์ : ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 59 TOP จะรายงานกำไรสุทธิราว 13,898 ล้านบาทเติบโต 9%YoY แม้ว่าค่าการกลั่นตั้งแต่ต้นปีจะเริ่มปรับตัวลงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนต่างน้ำมันอากาศยาน ส่วนต่างน้ำมันดีเซล และส่วนต่างน้ำมันเบนซิน แต่เรายังมีมุมมองบวกต่อธุรกิจโรงกลั่นเพราะต้นทุนการกลั่นที่ปรับตัวลงอย่างมากตามน้ำมันดิบช่วยหนุนผลประกอบการ ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีน และส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนเริ่มปรับตัวขึ้น ในปี 59 เราประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในกรอบ 25-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้คาดการณ์ว่าบริษัทน่าจะได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบลดลง นอกจากนี้ในปลาย 2Q59 บริษัทจะเริ่มเดินเครื่องโครงการ LABIX ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เบนซีนและเคโรซีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรได้ราว 1 พันล้านบาทต่อปีซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ
- คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ที่ราคาเหมาะสม 68.00 บาท : ฝ่ายวิจัยคาดว่าค่าการกลั่นทั้งปีจะทรงตัวใกล้เคียงกับปี 58 ที่ 7-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าในปีนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบมากเท่าปี 58 อีกทั้งกำไรจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากโครงการ LABIX ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้ราวกลางปีนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยใช้ Prospective P/E ที่ 10 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 68 บาท/หุ้น(ยังไม่รวมโครงการ LABIX) แต่คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” เนื่องจากผลกระทบเชิงลบจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปี 59 และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว









