น้ำมันร่วงกลับมากดดันอีก
คาดหุ้นไทยลงต่อวันนี้ หลังจากหุ้นสหรัฐร่วงหนักอีกเมื่อคืน นักลงทุนในตลาดโลกต้องหลีกหนีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ด้วยน้ำมันกลับมาร่วงแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน หุ้นพลังงานน่าจะถูกกดดันหนักวันนี้ ภายในประเทศข่าวความสำเร็จในการเร่งเบิกการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ และนายกเน้นย้ำการเลือกตั้งในเดือน ก.ค. 60 ถือเป็นปัจจัยบวก แต่ไม่มีกำลังมากพอจะต้าน แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
หุ้นเด่นวันนี้: VGI (ราคาปิด 3.94 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย AWS 4.70 บาท) ดูรายงานฉบับเต็มวันนี้
หลังจากที่ บมจ. วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย ได้ตัดสินใจหยุดให้บริการสื่อในห้างโมเดร์นทรดซึ่งมีอัตรากำไรต่ำตั้งแต่เดือน พ.ค.58 บริษัทได้พยายามขยายธุรกิจให้ครอบคลุมสื่อใหม่ๆ ที่มีศักยภาพมาทดแทน อาทิ 1) ติดตั้งจอ LCD ในอาคารสำนักงานเพิ่มเติม 165 จอ หรือเพิ่มขึ้น 18% 2) บริษัทได้เซ็นสัญญา 3 ปีเพื่อดูแลการขายสื่อโฆษณาในคอนโดมิเนียมจำนวน 549 จอภายใน 219 ตึก 3) เข้าไปลงทุนถือหุ้น 20% ใน บจก. แอโร มีเดีย กรุ๊ป ซึ่งมีแผนจะขยายจอโฆษณาในสนามบินจาก 32 จอเป็น 342 จอภายในปีนี้ ดีลข้างต้นจะสร้างรายได้และกำไรเต็มปีในงวด FY60(เม.ษ.59 – มี.ค.60) เป็นครั้งแรก แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนในปีนี้ เราเชื่อว่าสื่อของวีจีไอยังเป็นสื่อนอกบ้านที่แข็งแกร่งและคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานงวด FY60 จะเติบโตได้ 28% เป็น 1.0 พัน ลบ. บริษัทยังได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการช่วง เม.ษ.-ก.ย.58 ที่ 0.05 บาทต่อหุ้น (XD 8 ก.พ. 59) เมื่อพิจารณารูปแบบราคาของ VGI ได้เปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเรียบร้อยแล้ว โดยได้เกิดสัญญาณซื้อทั้งในรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน หุ้นกำลังจะทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นที่ 4.28 บาทแล เป้าหมายถัดไปที่ 4.82 บาท โดยมีจุด Stop Loss อยู่ที่ 3.62 บาท (แนวต้าน: 4.00, 4.06, 4.12; แนวรับ: 3.88, 3.82, 3.76)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• การเลือกตั้งยังเป็นตามแผนนายกฯ ยืนยันว่ากระบวนการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นใน ก.ค. 60 ตามที่ระบุในแผนทางการเมือง 25 เดือนของรัฐบาล นายกฯ เผยว่าได้ให้เวลารัฐมนตรีหนึ่งสัปดาห์ไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญและให้ความเห็นก่อนส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาต่อไป ร่างสุดท้ายของรัฐธรรมนูญน่าจะเสนอให้รัฐบาลได้ใน 29 มี.ค. (Bangkok Post)
• เร่งการเบิกจ่ายงบลงทุน กรมบัญชีกลางกล่าวว่าการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในช่วงสี่เดือนแรกของปีงบประมาณอยู่ที่ 8.8 หมื่นลบ. หรือคิดเป็น 16.2% ของงบลงทุนปี 59 ทั้งหมดที่ 5.4 แสนลบ. เร่งตัวขึ้นจากการเบิกจ่าย 5.8 หมื่นลบ. ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนจากงบลงทุนทั้งหมดที่ 4.5 แสนลบ.ในปีงบประมาณปี 58 สำหรับการเบิกจ่ายงบในภาพรวมช่วงสี่เดือนแรกคิดเป็น 38.6% ชองงบประมาณทั้งหมด 2.72 แสนลบ. ยังเป็นไปตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล (Bangkok Post/ The Nation)
• สภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือคาดการส่งออกเติบโต 2% สภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยคงประมาณการอัตราการเติบโตของการส่งออกที่ 2% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการศึกษาคาดการณ์ว่าจะต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าวอยู่ 0.2% สภาผู้ขนส่งทางเรือได้คาดการณ์บนพื้นฐานที่นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันได้ร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดในการกระตุ้นการส่งออก ขณะที่ มูลค่าการส่งออกลดลง 5.8% ในปีก่อน (The Nation)
• MINT กลายเป็นบริษัทระดับโลกในกลุ่มโรงแรมอย่างแท้จริงจากการเข้าซื้อกิจการโรงแรมและรีสอร์ททิโวลิซึ่งมีฐานในประเทศโปรตุเกส อันเป็นการขยายเครือข่ายไปในประเทศเขตยุโรปและละตินเมริกา ด้วยการเข้าซื้อ 14 โรงแรมมูลค่า 294.2 พันล้านยูโร (11 พันลบ.) ทำให้บริษัทมีโรงแรมในพอร์ตจำนวน 145 แห่งใน 22 ประเทศ (The Nation)
• TRUE ระงับการจ่ายค่างวด 900 เมกะเฮิร์ตซ์ หลัง JAS ยังไม่สามารถหาค้ำประกันธนาคารได้TRUE (6.40 บาท) ตัดสินใจพักการชำระค่างวดใบอนุญาตโดยรอคำชี้แจงเรื่องการประมูลใหม่จาก กสทช. ก่อน โดยทรูต้องการมั่นใจว่าจะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบซึ่งต้องจ่ายค่าใบอนุญาตแพงอยู่คนเดียว ในขณะที่ผู้ประมูลใหม่อาจได้ใบอนุญาตไปในราคาต่ำกว่า โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าธนาคารกรุงเทพได้ปฏิเสธแผนกู้เงินของ JAS (2.92 บาท) และให้ทำแผนมาใหม่ และอีกข่าวลือว่า JAS สั่งให้พนักงานเก็บป้ายโฆษณา 4จีของ JAS ออกไปก่อน (Bangkok Post) ความเห็น: ADVANC (168.50 บาท ราคาเป้าหมาย 199.00 บาท) น่าจะได้ประโยชน์จากการมีเวลามากขึ้นในการย้ายลูกค้า 2จีขณะที่ JAS และ TRUE เสียโอกาสในการขยายเครือข่าย 4จีอย่างเต็มรูปแบบ JAS อาจต้องถูกริบเงิน 644 ลบ.และชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ กสทช. แต่เรายังเห็นว่าต้นทุนในการทิ้งใบอนุญาตยังสูงเกินไป และ JAS อาจเดินหน้าต่อโดยอาจขอค้ำประกันธนาคารอื่นแทนหรือกระทั่งเพิ่มทุนอีกรอบ
ต่างประเทศ
• ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ภายใต้แรงกดดันและนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงอีกส่วนโอเปกยังคงนิ่งเงียบเกี่ยวกับการลดกำลังการผลิตน้ำมัน (Reuters)
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อวันอังคาร เนื่องจากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเพิ่มขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวก่อนรายงานการจ้างงานที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 30/32 และให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.864% ลดลงจาก 2.30% ในช่วงต้นปีนี้ (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐร่วงเทียบกับเงินยูโรและเงินเยนเมื่อวันอังคาร หลังจากการลดลงของราคาน้ำมันเป็นการบ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐอยู่ในระดับต่ำและป้องกันเฟดจากการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐล่าสุดลดลง 0.12% อยู่ที่ 98.893 จุด ค่าเงินดอลลาร์ล่าสุดอ่อนค่าลง 0.60% เทียบกับเงินเยนอยู่ที่ 120.280 เยน ส่วนเงินยูโรล่าสุดปรับตัวขึ้น 0.33% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1.09240 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดวอลล์สตรีทร่วงลงเมื่อวันอังคาร หลังจากการร่วงลงอย่างหนักอีกครั้งของราคาน้ำมันในขณะที่ความหวังเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาปริมาณน้ำมันล้นตลาดเลือนลางลงไปทุกขณะและผลประกอบการรายไตรมาสที่น่าผิดหวังและการตัดงบใช้จ่ายของบริษัทเอกซอน โมบิล บริษัทรายงานผลกำไรรายไตรมาสที่ต่ำสุดในรอบกว่าทศวรรษและการตัดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ไม่เห็นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้น (รอยเตอร์)
• รัฐสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพื่อหยุดการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านแต่ประธานาธิบดีโอบามาจะใช้สิทธิยับยั้ง รัฐสภาสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมายเมื่อวันอังคารซึ่งจะจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโอบามาในการยกเลิกการคว่ำบาตรในการเจรจาระงับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน คาดว่าร่างดังกล่าวจะไม่นำไปบังคับใช้เป็นกฎหมายเนื่องจากประธานาธิบดีโอบามาได้สัญญาจะใช้สิทธิยับยั้ง (รอยเตอร์)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันอังคารปรับตัวลงแรงหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอีกครั้ง ประกอบกับที่บริษัท BP รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยเป็นขาดทุนสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี และมีการประกาศลดการจ้างงานลงหลายพันตำแหน่ง (Reuters)
เอเชีย:
• ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) มีความเป็นไปได้ที่จะเก็บค่าธรรมเนียมกับบัญชีเงินฝากของบริษัทขนาดใหญ่ สอดรับกับนโยบายของ BOJ ที่ได้ดำเนินมาตรการดอกเบี้ยติดลบเพื่อให้เงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น นอกจากนี้ BTMU ยังวางแผนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั้งรายบุคคลและบริษัทผู้ประกอบการรายเล็ก (Reuters)
• PBOC จะลดวงเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับการซื้อบ้านครั้งแรกและครั้งที่สองในเมืองหลักๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาบ้านล้นตลาด โดยผู้ซื้อบ้านครั้งแรกจะได้วงเงินดาวน์ที่ลดลงจากเดิม 25%มาอยู่ที่ 20% ขณะที่การซื้อบ้านเป็นครั้งที่สองจะได้วงเงินดาวน์ขั้นต่ำเหลือเพียง 30% จาก 40% ในปัจจุบัน (Reuters)
• ชาวจีนหลายล้านคนประสบปัญหาการเดินทางในช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟที่เผชิญกับปัญหาคิวยาว ความล่าช้า รวมไปถึงตั๋วรถไฟที่ขาดตลาด ทั้งนี้วันตรุษจีนปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• น้ำมันดิบร่วงต่อเป็นวันที่สอง เพราะความหวังว่าจะมีการแก้ภาวะอุปทานล้นตลาดครั้งที่แย่ที่สุดยังเลือนราง Brent ส่งมอบ เม.ย. ปรับลง 1.52 ดอลลาร์ (-4.4%) ปิด 32.72 ดอลลาร์ โดยได้ลงไปแตะจุดต่ำสุดถึง 32.23 ดอลลาร์หรือลดลง 5.9% ในระหว่างวัน น้ำมันดิบ WTI ร่วง 1.74 ดอลลาร์ (-5.5%) ปิดที่ 29.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังร่วงไปแตะ 29.81 ดอลลาร์ระหว่างวัน(Reuters)
• ราคาทองคงที่หลังแตะจุดสูงสุดรอบ 3 เดือนวันอังคาร เพราะความกังวลเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ร่วงลง ราคาทองคำตลาดจรแตะ 1,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นวันอังคาร สูงสุดนับแต่ 3 พ.ย. และปิดสิ้นวันลดลงเล็กน้อยที่ 1,128.31 ดอลลาร์ ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ เม.ย. ปรับลง 0.07% อยู่ที่ 1,127.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)









