คาดการณ์ไตรมาส 4/58 ที่สูงกว่าคาดและปรับประมาณการปี 2559 เพิ่มขึ้นจากเดิม
ประเด็นการลงทุน
เนื่องจากการคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่มีแนวโน้มสูงกว่าที่เคยคาดก่อนหน้า รวมถึงการปรับอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 12% ไปเป็น 12.6% ส่งผลให้เราปรับกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 11% (ไปเป็น 1.12 พันล้านบาท) และปรับกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 8% (ไปเป็น 1.36 พันล้านบาท) และปรับราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG เพิ่มขึ้นอีก 10% (ไปเป็น 15.50 บาท) ปริมาณยอดส่งออกที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น การฟื้นตัวของราคาขายผลิตภัณฑ์ในประเทศ (เนื่องจากอุปสงค์การบริโภคเนื้อไก่ในประเทศที่ฟื้นตัวและอุปทานไก่ที่ทรงตัว) และภาวะที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ (โดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง) ถือได้ว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะหนุนกำไรสุทธิ รวมถึงการปรับเพิ่มของอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับในปี 2559 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากแนวโน้มของการฟื้นตัวของผลกำไรสุทธิในปี 2559 และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก และถ้าหากอิงกับอัตราส่วน PER ที่ 14 เท่า (ซึ่งเป็นอัตราส่วน PER ที่อิงกับราคาไก่มีชีวิตเฉลี่ยซึ่งเราคาดที่ 42 บาท/กก.ในปี 2559) เราจะได้ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี PER ณ สิ้นปี 2559 ที่ 15.20 บาท
คาดปริมาณยอดส่งออกไตรมาส 4/58 เพิ่มสูงกว่าที่เคยคาดก่อนหน้า
เราคาดปริมาณยอดส่งออกของ GFPT สำหรับไตรมาส 4/58 ที่ 6,300 ตัน เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 19% QoQ เทียบกับก่อนหน้าที่เราเคยคาดที่ 5,000 ตันในไตรมาส 4/58 ลูกค้าที่ชะลอคำสั่งซื้อในช่วง 2-3 ไตรมาสก่อนหน้าได้เริ่มกลับมานำเข้าอีกครั้งในไตรมาส 4/58 ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวนมากก็ตาม เราคาดปริมาณยอดส่งออกในไตรมาส 1/59 จะยังคงแข็งแกร่งที่ 5,500 ตัน เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 16% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการส่งออก) เราคาดราคาส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 4/58 มีแนวโน้มทรงตัวที่ 4,200 เหรียญ/ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 3/58 เนื่องจากการหันไปส่งออกไก่ปรุงสุกมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาไก่สดแช่แข็งจากบราซิลปรับตัวลดลงอย่างมาก
ส่องกล้องไตรมาส 4/58—กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 17% QoQ ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยคาดก่อนหน้าที่ 270 ล้านบาทเนื่องจากมาร์จิ้นผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศที่เพิ่มสูงกว่าคาดและปริมาณยอดส่งออกที่มากกว่าคาด กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นและกำไรของแม็คคีย์และจีเอฟเอ็นที่เพิ่มขึ้น (เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น) กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น มาร์จิ้นผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศที่เพิ่มขึ้น (เนื่องจากต้นทุนข้าวโพดที่ปรับตัวลดลง) และกำไร ที่เพิ่มขึ้นของแม็คคีย์
ถึงแม้ว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศจะลดลง 6% QoQ แต่เราคาดมาร์จิ้นของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากราคาข้าวโพดที่ลดลงมากถึง 15% QoQ เราคาดกำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นไตรมาส 4/58 ที่ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY (แต่ลดลง 24% QoQ) และคาดกำไรสุทธิของแม็คคีย์ไตรมาส 4/58 ที่ 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118% YoY และ 25% QoQ ปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนให้กำไรสุทธิของทั้งจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์เพิ่มขึ้น YoY ในไตรมาส 4/58 เราคาดรายได้รวมไตรมาส 4/58 ที่ 4.4 พันล้านบาท ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 4/58 ที่ 13.6% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับไตรมาส 4/57 และเพิ่มขึ้นจาก 11.7% ในไตรมาส 3/58 (เนื่องจากต้นทุนข้าวโพดที่ปรับตัวลดลง)
อัพไซด์อย่างไม่มีนัยสำคัญจากการส่งออกไก่สดแช่แข็งไปเกาหลีใต้
เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้จะเข้ามาเยี่ยมเยียนประเทศไทยเพื่อทำการตรวจสอบโรงงานไก่ของไทยในเดือนก.พ.2559 เราประเมินว่าหากประเทศเกาหลีใต้อนุมัติการนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากไทย นั่นหมายความว่าประเทศไทยจะสามารถเริ่มส่งออกไก่สดแช่แข็งไปยังประเทศเกาหลีใต้ได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ด้วยการคาดการณ์ว่าปริมาณยอดส่งออกไก่สดแช่แข็งเริ่มต้นจะอยู่ที่ 10,000 ตัน/ปี ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ตัน/ปี (หรือคิดเป็น 5% ของปริมาณยอดส่งออกไก่ทั้งหมดของประเทศไทย) เราคาดอัตรากำไรสุทธิจากการส่งออกไก่สดแช่แข็งไปประเทศเกาหลีใต้น้อยมากเพียงแค่ 3-5% เท่านั้น และเนื่องจาก GFPT ไม่ได้เน้นขายไก่สดแช่แข็งและหันไปเน้นขายไก่ปรุงสุกมากกว่า เราจึงคาดว่าบริษัทจะส่งออกไก่สดแช่แข็งไปยังเกาหลีใต้เพียงแค่ 100-500 ตัน/ปีเท่านั้น (จากปริมาณยอดส่งออกทั้งหมดของ GFPT ที่ 22,000 ตัน/ปี) ซึ่งเราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรสุทธิต่อปีของ GFPT คิดเป็นน้อยกว่า 1%









