วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศก.เผยราคาน้ำมันลดดันจีดีพีเกษตรขยายตัว

สศก. เผยราคาน้ำมันดีเซลร่วง ดันจีดีพีภาคเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.24% ส่งผลด้านบวกต่อภาคเกษตรทั้งต้นทุนและรายได้ของเกษตรกร

นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงจากระดับ 24.50 บาท/ลิตร ในปี 2558 เป็น 19.50 บาท/ลิตร ในปี 2559 จะทำให้มูลค่าเพิ่มของภาคเกษตรหรือจีดีพีภาคเกษตร ปี 2559 ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.24 และกรณีปรับลดลงเป็น 18.50 บาท/ลิตร จีดีพีภาคเกษตรจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.29

สำหรับผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต พบว่า หากระดับราคาเฉลี่ยของน้ำมันดีเซลลดลงไปอยู่ที่ระดับ 19.50 และ 18.50 บาท/ลิตร จะทำให้ต้นทุนการผลิตของภาคเกษตรโดยรวมลดลงประมาณร้อยละ 11.16 และ 13.40 ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาผลกระทบเป็นรายสาขาการผลิต พบว่า สาขาบริการทางการเกษตร เป็นสาขาที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมันมากที่สุด สาขาที่ได้รับผลกระทบรองลงมา ได้แก่ สาขาประมง ส่วนสาขาพืช สาขาปศุสัตว์ และสาขาป่าไม้ ส่วนผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง นอกจากจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรลดลงแล้ว ยังส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าเกษตรและค่าจ้างบริการทางการเกษตร ลดลงตามไปด้วย สำหรับ สาขาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สาขาบริการทางการเกษตร สาขาประมง สาขาพืช สาขาปศุสัตว์ สาขาป่าไม้

ส่วนผลกระทบต่อรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตร พบว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลกระทบต่อด้านต้นทุนการผลิตการเกษตรมากกว่าด้านราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ คือ ต้นทุนการผลิตลดลงมากกว่าราคาที่ลดลง โดยกรณีราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยลดลงไปอยู่ที่ 19.50 และ 18.50 บาท/ลิตร จะทำให้รายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.17 และ 2.60 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรในปีเพาะปลูก 2557/58 ซึ่งอยู่ที่ 56,611 บาท/ครัวเรือน สำหรับสาขาบริการทางการเกษตรมีรายได้เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมา คือ สาขาพืช สาขาปศุสัตว์ สาขาประมง และสาขาป่าไม้ ตามลำดับ