กำไรไตรมาส 3/58 เป็นไปตามคาด แนวโน้มผลประกอบการเติบโต YoY ในไตรมาสหน้า
เป็นไปตามคาด
VGI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 (ต.ค.-ธ.ค. 2558) ที่ 232 ล้านบาท ลดลง 23% YoY และ 10% QoQ หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 5 ล้านบาท, กำไรจากการขายอุปกรณ์ 4 ล้านบาท และการกลับรายการขาดทุนของการตั้งสำรอง 2 ล้านบาท กำไรหลักในไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 222 ล้านบาท ลดลง 11%YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ยอดขายลดลง 34% YoY และ 3% QoQ เป็น 520 ล้านบาท จากการยุติธุรกิจสื่อในโมเดิร์นเทรดและการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้าของเม็ดเงินโฆษณา สัญญาสัมปทานโฆษณา (ADCA) กับเทสโกโลตัสหมดอายุตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 และการยุติสัญญา ADCA กับ BIGC ที่มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย. 2558 ส่งผลให้ไม่มีการบันทึกรายได้จากสื่อในโมเดิร์นเทรดตั้งแต่เดือน พ.ค. 2558 ในขณะที่รายได้ค่าโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนลดลง 8% YoY และ 6% QoQ ที่ 453 ล้านบาท จากอัตราการเช่าใช้สื่อที่ลดลง ซึ่งเป็ผลของการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าโฆษณาในอาคารสำนักงานและสื่ออื่นๆเพิ่มขึ้น 38% YoY และ 17% QoQ มาอยู่ที่ 66 ล้านบาท จากจำนวนสำนักงานที่เพิ่มขึ้น, อัตราค่าโฆษณาที่สูงขึ้นและรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นตัวแทนเพียงรายเดียวของ MIDAS
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 65.5% จาก 53.5% ในไตรมาส 3/57 และ 64.3% ในไตรมาส 2/58 จากการยุติการทำธุรกิจสื่อในโมเดิร์นเทรดซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสื่อในบีทีเอสลดลงเป็น 70.9% จาก 75.3% ในไตรมาส 3/57 จากค่าเสื่อมราคาสำหรับสื่อดิจิตัลที่สูงขึ้นและค่าสัมปทานที่สูงขึ้นสำหรับสถานีบีทีเอสใหม่ 7 สถานี แต่เพิ่มจาก 69.1% ในไตรมาส 2/58 จากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสื่อในอาคารสำนักงานลดลงเหลือ 63.9% จาก 68.3% ในไตรมาส 3/57 จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/58 (ม.ค.-มี.ค. 2559) ของ VGI จะเพิ่มขึ้น YoY จากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาของทั้งสื่อในระบบขส่งมลชนและสื่อในอาคารสำนักงาน อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/58 จะอ่อนตัว QoQ จากโลว์ซีซั่นของเม็ดเงินโฆษณา
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2558 คิดเป็น 76% ของกำไรปี 2558 ที่เราประมาณการที่ 963 ล้านบาท ซึ่งเรายังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นที่ทำผลงานได้ต่ำกว่าตลาดได้สะท้อนแนวโน้มกำไรที่อ่อนตัวในปี 2558/2559 ไปแล้ว เราคาดกำไรมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปีในช่วงปี 2558-2560 จากอัตราการเช่าใช้สื่อและอัตราค่าโฆษณาที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรโดยรวมของ SET ที่ 9% และน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มูลค่าในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน นอกจากนี้เรามองว่ายังมีอัพไซด์ต่อการจ่ายปันผลจากการที่บริษัทไม่มีงบลงทุนเพิ่มในช่วงนี้ เราคิดว่าแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของบริษัทยังคงแข็งแกร่งทั้งจากสื่อบนบีทีเอส(ส่วนต่อขยายบีทีเอส)และสื่อในอาคารสำนักงานและสื่ออื่นๆ









