กำไรพิเศษจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ในไตรมาส 4/58
กำไรสุทธิไตรมาส 4/58 สูงกว่าคาดเนื่องจากกำไรพิเศษซึ่งเกิดขึ้นจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ใหม่
JASIF รายงานกำไรสุทธิ 1.83 พันล้านบาท หรือกำไรสุทธิต่อหน่วยที่ 0.33 บาทสำหรับไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 58.1% QoQ ถ้าหากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ ขาดทุนทางบัญชีจากการลงทุนจำนวน 0.08 ล้านบาทและกำไรทางบัญชีจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ใหม่จำนวน 641 ล้านบาท กำไรหลัก (หรือเงินที่เหลือสำหรับการจ่ายเงินปันผล) ในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 1.19 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% QoQ กองทุนได้ว่าจ้างให้บริษัท ซี.ไอ.ที.แอพเพรซซัล จำกัด ทำการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนใหม่ซึ่งได้แก่ สายไฟเบอร์ออฟติกจำนวน 9.8 แสนคอร์กม. ซึ่งบริษัทที่ทำการประเมินได้ตีมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ให้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55,641 ล้านบาท และกองทุนได้ทำการบันทึกมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นกำไรทางบัญชีจำนวน 641 ล้านบาทผ่านงบกำไรขาดทุนในไตรมาส 4/58 ทั้งนี้กำไรทางบัญชีดังกล่าวจากการตีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นถือว่าเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและจะไม่ผ่านไปสู่ผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปของเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุนอยู่ที่ 10.34 บาท/หน่วย ณ สิ้นปี 2558
กำไรสุทธิสูงกว่าคาด 55% (เทียบกับประมาณการก่อนหน้าที่ 1.18 พันล้านบาท) เนื่องจากการบันทึกกำไรพิเศษที่กล่าวไปข้างต้น แต่กำไรหลักถือว่าเป็นไปตามคาด รายได้ค่าเช่าถือว่าเป็นไปตามคาดเช่นกัน บริษัทยังไม่ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/58 แต่เราคาดเงินปันผลต่อหน่วยที่ 0.30 บาท/หน่วยสำหรับในไตรมาส 4/58 (ซึ่งรวมการลดทุนจำนวน 461 ล้านบาท) ภายใต้สมมติฐานของอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 99.5% อัตราผลตอบแทนจากปันผล (ซึ่งรวมการลดทุน) ที่เราคาดสำหรับไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 3.4% เราคาดเงินปันผลต่อหุ้นสำหรับทั้งปี 2558 (ซึ่งรวมการลดทุน) อยู่ที่ 0.82 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยที่คิดแบบเต็มปี (annualized yield) ได้เท่ากับ 10.5% สำหรับทั้งปี 2558
ประเด็นหลักผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้ค่าเช่า 1.28 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.7% QoQ โดยจำนวนสายไฟเบอร์ออฟติกที่โอนเข้ากองทุนมีจำนวน 883,000 คอร์ก.ม. ณ สิ้นปี 2558 เทียบกับจำนวน 860,500 คอร์ก.ม. ณ สิ้นก.ย. 2558 จำนวนสายไฟเบอร์ออฟติกใหม่จำนวน 22,500 คอร์ก.ม. ถูกโอนเข้ากองทุนในช่วงไตรมาส 4/58 (หรือคิดเป็นเฉลี่ยจำนวน 245 คอร์ก.ม./วัน) ซึ่งเท่ากับจำนวนที่โอนเข้ากองทุนในช่วงไตรมาส 3/58 อัตราค่าเช่าของทั้งสัญญาเช่าหลักและสัญญาเช่ารองยังคงเท่าเดิมไม่เปลียนแปลงถ้าเปรียบเทียบ QoQ รายได้ค่าเช่าสุทธิในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 1.23 พันล้านบาทภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสายไฟเบอร์ออฟติก 44 ล้านบาท ค่าพาดสาย 3 ล้านบาทและค่าประกัน 1 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ 96.3% กำไรหลักหักค่าใช้จ่ายด้านการ จัดการกองทุนอยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท หรืออัตรากำไรจากการ ดำเนินงานที่ 94.7% และกำไรหลักที่ 1.19 พันล้านบาท หรืออัตรากำไรหลักที่ 93.5%
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 1/59 ที่ 1.23 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% QoQ ภายใต้สมมติฐานของการโอนสายไฟเบอร์ออปติกใหม่เข้ากองทุนจำนวน 22,500 คอร์ก.ม.ในไตรมาส 1/59 เราคาดรายได้ค่าเช่าในไตรมาส 1/59 ที่ 1.31 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% QoQ และคาดเงินปันผลต่อหน่วยสำหรับไตรมาส 1/59 ที่ 0.22 บาท (ซึ่งไม่รวมการลดทุน)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยต่อปี (ที่รวมการลดทุน) ซึ่งอยู่ในระดับสูงน่าสนใจอย่างมากที่ 10.5% ในปี 2558 และ 10.6% ในปี 2559









