วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์ต่อ

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :  รีบาวด์ต่อ

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อด้วย sentiment ที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของดัชนีดาวโจนส์และราคาน้ำมันที่กลับขึ้นมายืนเหนือ 32 เหรียญต่อบาเรลอย่างรวดเร็ว ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า และคาดการณ์จีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม และรัฐบาลจีนประกาศจะช่วยพยุงตลาดหุ้นจีนอย่างเต็มที่และต่อเนื่องบวกกับยืนยันจะไม่ลดค่าเงินหยวนลงอีก นอกจากนี้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นจากความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรปจะเพิ่มนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมภายในไตรมาสแรกนี้ ส่วนภายในประเทศ KTB รายงานงบไตรมาส 4 ออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาด หนุนจากรายได้จากค่าธรรมเนียมและสินเชื่อ ส่วนการตั้งสำรองก็ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น จึงมีโอกาสนำกลุ่มแบงก์และตลาดขึ้นเป็นบวกได้ต่อในวันนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1230/1280 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : KTB (19), COM7 (7)

KTB (19) แม้ earning จะโตไม่มากปีนี้ แต่ sentiment จากการประมูลโครงการรัฐจะเข้ามาช่วย นอกจากนี้การปรับปรุงระบบภายใน เช่น การลดต้นทุนและอนุมัติสินเชื่อที่ดีขึ้น ตลอดจนระบบทวงหนี้ที่ทำงานได้ดีมากขึ้น ก็ช่วยให้แบงก์ KTB มีอนาคตไกล บวกกับปันผลสูงใกล้ๆ 5.5% และปัญหาหนี้เสีย SSI ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้วด้วย ถือว่าน่าเก็บสะสม KTB ได้ เพื่อเล่นสั้นหรือถือยาว

COM7 (7) บริษัทคอมเซเว่นประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีโดยมีช่องทางร้านขายปลีกหลายช่องทางในศูนย์การค้าต่างๆเช่น ร้าน Banana mobile, Banana IT, Samsung shop, iBeat, U store, และ icare โดยบริษัทพึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว Com7 เป็นอีกหนึ่งหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจโดยในปี 59 บริษัทน่าจะสามารถขยายสาขาได้ตามแผนคือ 20 สาขาใหม่ ทำให้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมาอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าปี 58 ที่ผ่านมาที่รายได้โตเพียงเล็กน้อยและอัตรากำไรสุทธิก็จะดีขึ้นในปี 59 คืออยู่ที่ประมาณ 2% จาก 1.5% ในปี 58 เพราะจะมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นประกอบกับในปี 59 นอกจากจะขยายธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังมีแผนทำธุรกิจใหม่ เช่น การให้บริการลูกค้าองค์กร, การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น, และการให้บริการสมัครแพ็คเกจ 4G ของค่ายมือถือต่างๆ ส่วนในระยะยาวยังมีลุ้น story ดีๆ เช่น การขยายธุรกิจไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามและพม่า ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรมาสักพักแล้วและน่าจะเห็นข้อสรุปได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 59 นี้ สำหรับเป้าหมายราคาหุ้นทาง UOBKH เราให้ไว้ที่ 7 บาท upside ประมาณ 18% จากราคาปัจจุบัน แนะนำทยอยเก็บสะสมหรือเล่นสั้นได้

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

- ภาคธุรกิจหวั่นภัยแล้งปีนี้ ฉุดกำลังซื้อภาคเกษตรกระทบยอดขาย ประเมินราคาพืชผลขยับขึ้นจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ขณะเดียวกันหมดห่วงภาคผลิตทุกแห่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์จากบทเรียนภัยแล้งในปีที่ผ่านมา มั่นใจหน่วยงานรัฐจัดสรรน้ำได้ ทางด้านผู้ประกอบการนิคมฯภาคกลาง-ตะวันออก เตรียมแผนรองรับการใช้น้ำช่วงฤดูแล้ง สร้างแหล่งเก็บน้ำดิบ-บ่อบาดาล รองรับการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม "อมตะนคร"เผยมีสต็อกน้ำ 30 ล้าน ลบ.ม. ยันไม่จำเป็นต้องแย่งน้ำภาคเกษตร "นวนคร" เชื่อภัยแล้งไม่กระทบ

- ธปท.ชี้มูลค่าส่งออกไทยเสี่ยงติดลบ หลังประเมินผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวมีมากขึ้น กระทบราคาสินค้าโภคภัณฑ์-กลุ่มพลังงาน ด้าน สศช.ยังรอสถานการณ์ คงเป้าไว้ที่ 3% ขณะนักเศรษฐศาสตร์ทีดีอาร์ไอ ชี้เป็นไปได้ส่งออกไม่โต

- ความมั่งคั่ง "เศรษฐีหุ้นไทย" เฉพาะเดือน ม.ค. ลดฮวบตามหุ้นทั่วโลกที่ทรุดตัวลงรุนแรง สำรวจพบ ตระกูล "โสภณพนิช" อ่วมสุด "ชัย" รับมูลค่าสินทรัพย์ลดลง โดยเฉพาะหุ้นแบงก์กรุงเทพ มูลค่าสินทรัพย์หาย 30% ส่วนหุ้นกลุ่ม "ซีพี" ของตระกูล "เจียรวนนท์" กลับพลิกฟื้นตัวหลังปีก่อนถูกกดดันทั้ง "ไอยูยู-4จี-ซีจีบกพร่อง" ด้าน "ศุภชัย" ชี้ปีนี้ราคาหุ้นเริ่มมีเสถียรภาพลุ้นเห็นกำไร

+ นางไลวรรณ ปองเสงี่ยม รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.จะมีการออกแพ็กเกจสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษในไตรมาสแรกปี 2559 ภายใต้กรอบวงเงินรวม 3.2 หมื่นล้านบาท รวม 3 โครงการ เน้นให้กู้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้มีที่อยู่อาศัยของตนเอง กู้บ้านดอกต่ำ ธอส.จัดให้ทั้งซื้อ-สร้าง-ซ่อม

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,093.51 จุด เพิ่มขึ้น 210.83 จุด หรือ +1.33%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (22 ม.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันฟื้นตัว และถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งส่งสัญญาผ่อนคลายนโยบายรอบใหม่

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 5,900.01 จุด เพิ่มขึ้น 126.22 จุด หรือ +2.19%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งเมื่อวันศุกร์ (22 ม.ค.) ตามทิศทางการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากนักลงทุนขานรับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 941.27 จุด หรือ 5.88% ที่ระดับ 16,958.53 จุด

ดัชนีนิกเกอิปิดทะยานขึ้นเกือบ 6% เพราะได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ส่งสัญญาณว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม และราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นอย่างคึกคัก

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับตัวขึ้น 2.66 ดอลลาร์ หรือ 9% ปิดที่ 32.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ (22 ม.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และสภาพอากาศที่หนาวจัดในสหรัฐและยุโรป