สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (14 - 20 ม.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง DJIA -2.4%, DAX -5.7%, CAC ฝรั่งเศส -6.1% และ FTSE -4.8% นำโดยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงต่ำกว่า US$30.00/barrel นอกจากนี้ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน อีกทั้งการปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นอีกปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (14 - 20 ม.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.9% แม้ว่า GDP ในไตรมาสที่ 4 ของจีนจะขยายตัว 6.8% yoy ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 6.9% yoy ก็ตาม รวมถึงเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 25 ปีแต่กลับสร้างแรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลงแรง 5.3% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินฮ่องกงดอลลาร์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2550 สร้างความกังวลต่อกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (14 - 20 ม.ค. 2559)
SET INDEX ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนโดยรวมถูกกดดันด้วยความผันผวนของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง นอกจากนี้แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลุด US$30 /barrel ทำให้ SET INDEX ปรับตัวลงสู่แนว 1,250 จุด ขณะที่หุ้นหลักกลุ่ม ICT ขยับขึ้นเด่น ทำให้ดัชนีปิดที่ระดับ 1,248.98 จุด ลดลง 29.63 จุด หรือ -2.32% ณ วันที่ 20 ม.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (22 - 28 ม.ค. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 3 ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,220-1,260 จุด ทั้งนี้ตัวแปรสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกคือ
1. ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังหลุดแนว US$30/barrel ทั้งราคา NYMEX / Brent / Dubai หากเริ่มเห็นสัญญาณการทรงตัว หรือแกว่งในกรอบแคบ เชื่อว่าความกังวลต่อบริษัทน้ำมันทั่วโลกจะคลายตัวมากขึ้น และลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นโดยรวม
2. ทิศทางค่าเงินหยวน และภาวะตลาดเงินในจีนและฮ่องกง เพราะยิ่งเข้าใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนในต้นเดือนก.พ. บวกกับความไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางค่าเงินหยวนทั้ง Onshore - Offshore จะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงต่อเนื่อง เราคาดว่า ธนาคารกลางจีนจะเร่งหามาตรการทางการเงินมาเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกในช่วง 1-2 สัปดาห์จากนี้ หากเป็นไปตามคาด การฟื้นตัวของตลาดหุ้นจะมีความเป็นไปได้เช่นกัน
ขณะที่การประชุมธนาคารกลางเฟด วันที่ 27 ม.ค. และ BoJ วันที่ 29 ม.ค. เรา และ Bloomberg consensus คาดว่าจะคงนโยบายการเงินทั้ง 2 ธนาคารกลางหลัก เพราะยังมีความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับต่ำ ภายใต้ภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q58 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy” เป็นทางเลือกของการคัดสรรหุ้นในช่วงนี้
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประกาศงบ 4Q58 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร สัปดาห์หน้า SCC / PTTEP
2. ติดตามตัวเลขการส่งออก – นำเข้า เดือนธ.ค.ของไทย วันที่ 26-27 ม.ค.
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำ จีน / การส่งออก – นำเข้า และ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น / GDP ใน 4Q58 ของสหรัฐฯ / ดัชนี PMI การผลิต-บริการ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ของอียู / GDP ใน 4Q58 ของอังกฤษ









