กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันการทบทวนจีเอสพีของสหรัฐ ไม่เกี่ยวข้องกับการห้ามเดินทางไปสหรัฐของ "พิชัย นริพทะพันธุ์" เชื่อไม่ส่งผลต่อการพิจารณา
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้ให้ข่าวเกี่ยวกับการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อนุญาตให้นายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางไปสหรัฐ จะส่งผลต่อการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) นั้น ไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยการพิจารณาทบทวนโครงการจีเอสพีของสหรัฐ มีการดำเนินการเป็นประจำทุกปีกับทุกประเทศที่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งการทบทวนสหรัฐเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถยื่นคำร้องทั้งการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิและการได้รับสิทธิ์จีเอสพีรายประเทศ
ทั้งนี้การทบทวนโครงการจีเอสพี ปี 2558 ขณะนี้สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา หรือยูเอสทีอาร์ อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคำร้องของไทยในการขอเพิ่มรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิ์ รวมทั้งการขอคงสิทธิจีเอสพีสินค้าบางรายการ ซึ่งระหว่างกระบวนการพิจารณายูเอสทีอาร์ได้รับพิจารณาคำร้องถอดถอนไทยจากการเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีของสมาพันธ์แรงงานสหรัฐ (AFL-CIO) ที่ร้องเรียนว่าไทยไม่ได้ดำเนินการ เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล ซึ่ง AFL-CIO พยายามยื่นคำร้องดังกล่าว มาตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2556 แต่รัฐสภาสหรัฐขณะนั้นยังไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายต่ออายุโครงการจีเอสพี ส่งผลให้การพิจารณาคำร้องต่าง ๆ รวมทั้งคำร้องของ AFL-CIO หยุดชะงักลงชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม AFL-CIO ได้ยื่นคำร้องในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องเดิมอีกครั้ง และยูเอสทีอาร์รับคำร้องของ AFL-CIO เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 โดยเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 ผู้แทนไทยเข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการจีเอสพี ของยูเอสทีอาร์กรณีข้อร้องเรียน AFL-CIO ณ กรุงวอชิงตัน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดำเนินการคุ้มครองสิทธิแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดยลำดับ ซึ่งการชี้แจงดังกล่าวทางฝ่ายสหรัฐย้ำกับฝ่ายไทยว่าไม่ได้ต้องการตัดหรือยกเลิกจีเอสพีไทย เพียงแต่ต้องการทำงานร่วมกันและต้องการสนับสนุนให้ประเทศไทยประสบผลสำเร็จในการปรับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
ดังนั้น ประเด็นเรื่องการพิจารณาของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิ์จีเอสพีไทย จึงเป็นกระบวนการทบทวนตามปกติและไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงใด ๆ กับกรณีการห้ามเดินทางไปสหรัฐของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน









