วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนเชิงลบ

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :   ผันผวนเชิงลบ

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในแดนลบอีกครั้ง หลังจาก IMF ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง จะกลับมาเป็นแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานในวันนี้ นอกจากนี้ตลาดไทยขาดปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน โดยการประกาศงบกลุ่มแบงก์ล่าสุด เช่น TISCO, TCAP, SCB ต่างก็ไม่ได้รายงานกำไรที่มากกว่าที่เราคาดไว้นัก โดยรวมแล้วช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะเห็น Technical rebound บ้าง แต่ความผันผวนสูงยังคงอยู่ ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังไม่นิ่ง

แนวรับ/แนวต้าน : 1230/1280 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : BR (8), COM7 (7)

BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ goss margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ

COM7 (7) บริษัทคอมเซเว่นประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีโดยมีช่องทางร้านขายปลีกหลายช่องทางในศูนย์การค้าต่างๆเช่น ร้าน Banana mobile, Banana IT, Samsung shop, iBeat, U store, และ icare โดยบริษัทพึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว Com7 เป็นอีกหนึ่งหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจโดยในปี 59 บริษัทน่าจะสามารถขยายสาขาได้ตามแผนคือ 20 สาขาใหม่ ทำให้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมาอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าปี 58 ที่ผ่านมาที่รายได้โตเพียงเล็กน้อยและอัตรากำไรสุทธิก็จะดีขึ้นในปี 59 คืออยู่ที่ประมาณ 2% จาก 1.5% ในปี 58 เพราะจะมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นประกอบกับในปี 59 นอกจากจะขยายธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังมีแผนทำธุรกิจใหม่ เช่น การให้บริการลูกค้าองค์กร, การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น, และการให้บริการสมัครแพ็คเกจ 4G ของค่ายมือถือต่างๆ ส่วนในระยะยาวยังมีลุ้น story ดีๆ เช่น การขยายธุรกิจไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามและพม่า ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรมาสักพักแล้วและน่าจะเห็นข้อสรุปได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 59 นี้ สำหรับเป้าหมายราคาหุ้นทาง UOBKH เราให้ไว้ที่ 7 บาท upside ประมาณ 18% จากราคาปัจจุบัน แนะนำทยอยเก็บสะสมหรือเล่นสั้นได้

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ครม.ไฟเขียวเพิ่มงบกลางปี 2559 วงเงิน 5.6 หมื่นล้าน ดึงเงินจากประมูล 4 จี เดินหน้าบรอดแบนด์ทั่วไทย-ชดเชยเงินคงคลัง-เดินหน้าประชารัฐ สำนักงบฯ คาดเงินเข้าระบบเดือน มี.ค. ขณะไอเอ็มเอฟหั่นเป้าเศรษฐกิจโลก เตือนรับผลกระทบจีน

+ "สมชัย" นัดหน่วยงานเกี่ยวข้องชูมาตรการภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยว รองรับวันหยุดยาวปีนี้ ดึงคนไทยเที่ยวในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ สรรพากรเสนอต่ออายุลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 1.5 หมื่นบาทอีก 2 ปี ขณะที่ศุลกากรเสนอเพิ่ม Pick Up Center สำหรับร้านค้าปลอดอากร บริการนักท่องเที่ยว ด้าน สทท.คาดดัน "ไทยเที่ยวไทย" คึกคัก ส่วน "พาณิชย์" จับคู่เจรจาส่งออกรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าลุยตลาดยุโรป เจาะกลุ่มโรงแรม สนามกอล์ฟ และธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมสั่งหาตลาดส่งออกสินค้านวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

+ นายคมกฤช สุทธิไวยกิจ กรรมการวิชาการสาขาโครงสร้างคอนกรีต สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้รับเหมาจากประเทศจีนสนใจเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น หลังจากรัฐบาลจีนได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียหรือเอไอไอบีเมื่อปี 2558 เพื่อให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนนี้โดยเฉพาะ ลุยสร้างสาธารณูปโภคไทย-อาเซียน หลังจีนชะลอ

+ นายสมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาหลักของเอสเอ็มอีไทยที่พบส่วนมากยังคงเป็นเรื่องของการพัฒนาและการออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดรวมถึงการขาดความแตกต่างและความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ทำให้ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงเร่งดำเนินโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ SMEs สู่ตลาดโลกเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการผลักดันผู้ประกอบการที่มีความพร้อมออกสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Shining to the World รองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกมุ่งยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถส่งออกมีมูลค่ารวมกันได้กว่า 1.5 ล้านล้านบาทต่อปี

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 27.94 จุด หรือ +0.17%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าเพื่อผู้บริโภค รวมถึงหุ้นพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) โดยปัจจัยบวกเหล่านี้สามารถชดเชยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 96.88 จุด หรือ +1.68% ที่ 5,876.80 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 ม.ค.) เช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรป เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ทางการจีนจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาเมื่อวานนี้ โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 92.8 จุด หรือ 0.55% แตะที่ 17,048.37 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก หลังจากจีนเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.พ.ลดลง 96 เซนต์ หรือ 3.3% ปิดที่ 28.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (19 ม.ค.) หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนในปี 2558 ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 25 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากอิหร่านประกาศว่าจะเพิ่มการส่งออกน้ำมัน