วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

LH - ซื้อ

เชื่อมั่นในความชัดเจนของกำไรปี 2559

ประเด็นการลงทุน

เรามองข้ามผลการดำเนินงานโดยรวมสำหรับปี 2558 ของ LH ที่ต่ำกว่าเป้าหมายแผนธุรกิจไปแล้ว โดยเราให้น้ำหนักปัจจัยเชิงบวกได้แก่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 ที่พลิกฟื้นดีมากทั้งยอดจองซื้อและการรับรู้รายได้ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นอัตราผลตอบแทนที่ดีและสูงกวว่าเราคาดสำหรับผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2558 นอกจากนี้เราคดาว่า LH ยังจะรับรู้กำไรพิเศษการขายสินทรัพย์เพิ่มเติมในไตรมาส 4/58 ที่สำคัญที่สุดคือเราเชื่อมั่นถึงความสามารถในการทำกำไรของ LH สำหรับปี 2559 ว่ามีแนวโน้มชัดเจนและเติบโต 17% Fดยเรายังคงแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วยวิธี SOTP ณ สิ้นปี 2559 ที่ 9.80 บาท (อิงค่า PER กลุ่มที่อยู่อาศัยที่ 16 เท่า และมูลค่าการลงทุนทางตลาดที่ 3 บาทต่อหุ้น) ซึ่งขณะนี้ LH ซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2559 ที่ 13.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2558ที่ 15.2 เท่า

ไม่แปลกใจผลการดำเนินงานปี 2558 ที่ต่ำก่วาเป้าหมาย

LH จะรายงานยอดจองซื้อปี 2558 ที่ 2.49 หมื่นล้านบาท (82% เป็นที่อยู่อาศัยพื้นที่ราบ และ อีก 18% เป็นคอนโด) ลดลง 21% YoY และต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ยองจองซื้อที่อ่อนตัวลงในปี 2558 นั้นมีปัจจัยจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวและการลดมูลค่าการเปิดัวโครงการใหม่จาก 3.7 หมื่นล้านบาทมาอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท (เลื่อนการเปิดตัวโครงในไตรมาส 4/58 ออกไป 8 โครงการ) อย่างไรก็ตามยอดจองซื้อที่อยู่อาศัยพื้นที่ราบ ที่เป็นสินค้าหลักของบริษัท มีแนวโน้มทรงตัว YoY อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2558 ซึ่งถือว่าดีในความเห็นของเรา ส่วนยอดจองซื้อคอนโดหดตัวลง 60% YoY มาอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาทในปี 2558 เนื่องจากไม่มีคอนโดเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2558 ทั้งนี้เราประเมินรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 ที่ 2.5 หมื่นล้านบาทในปี 2559 ลดลง 5% YoY และ 11% ต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 2.8 หมื่นล้านบาท

คาดยอดจองซื้อและกำไรไตรมาส 4/58 เติบแบบก้าวกระโดด

เราคาด LH จะรายงานยอดจองซื้อและรายได้โครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4/58 ที่น่าตื่นเต้น(เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี) ยอดจองซื้อในไตรมาส 4/58 คาดอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท กระโดดสูงขึ้น 50% YoY และ 36% QoQ หนุนโดยยอดจองซื้อโครงการที่อยู่อาศัยพื้นที่ราบที่เติบโต 84% YoY และ 58% QoQ

QoQ จากยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยพื้นที่ราบที่แข็งแกร่งและการโอนคอนโด 3 โครงการ (โครงการThe Key วุฒากาศ โครงการ The Room บนถนนปั้น และพระราม 9) เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY และ 52% QoQ ในขณะที่กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาทหนุนโดยกำไรราว 800 ล้านบาทจากการขายโรงแรม Terminal 21 เข้ากอง REIT ทั้งนี้จากกำไรพิเศษดังกล่าวจะหนุนอัตราเงินปันผลต่อหุ้นในครึ่งหลังปี 2558 จะอยู่ที่ 0.28 (เมื่อเทียบกับประมาณการของเราที่ 0.23 บาทก่อนหน้า)

มองแผนเชิงอนุรักษ์นิยมในปี 2559

LH จะเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2559 ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเรามองว่ามีแนวโน้มอยู่ในเชิงอนุรักษ์นิยม เป้าตัวเลขอัตราการเติบโตของโครงการเปิดใหม่และยอดจองซื้อคาดอยู่ในเลขหลักเดียว อย่างไรก็ตาม LH น่าจะตั้งเป้ารายได้โครงการที่อยู่อาศัยเติบโตมากกว่า 10% เราประเมินรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2559 ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 14% โดยเราสันนิษฐานเชิงอนุรักษ์นิยมว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 50bps จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ LH วางแผนเข้าซื้อโครงการอพาร์ทเมนต์ในประเทศสหรัฐ และพัฒนาห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัดของประเทศไทย

กำไรปี 2559 มีความชัดเจนสูง

แนวโน้มกำไรปี 2559มีความชัดเจนสูงจากตารางการสร้างคอนโดเสร็จสิ้นและเริ่มโอนได้ ซึ่งมูลค่าอยู่ที่ราว 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2559 เมื่อเทียบกับเพียง 6 พันล้านบาทในปี 2558 รวมทั้งจะมีการโอนคอนโดขนาดใหญ่ 3 โครงการในปี 2559 ประกอบไปด้วยโครงการ The Room สุขุมวิท 69 ในไตรมาส 1/59 (มูลค่ารวม 2.6 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 49%) โครงการ 333 Riverside ในไตรมาส 3/59 (มูลค่ารวม 7 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 92%) โครงการ The Room สาทร 11 (มูลค่ารวม 1.9 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 32%) และ โครงการ The Bangkok สาทร (มูลค่ารวม 7.5 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 62%) ในไตรมาส 4/59 ทั้งนี้ยอดขายรอรับรู้รายได้รับประกัน 23% ของประมาณการรายได้โครงการที่อยู่อาศัยของเราในปี 2559 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สุดในประวัติการณ์ของบริษัท LH