กระทรวงคลัง เตรียมจัดเก็บภาษีมรดก สำหรับผู้ที่รับมรดกมากกว่า 100 ล้านบาท เริ่ม 1 ก.พ.นี้ โดยนับจากวันที่รับมรดก 150 วัน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกฎหมายลำดับรองออกตามความในพ.ร.บ.ภาษีรับมรดก พ.ศ.2558 และพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ.2558 ว่า ที่ประชุมครม.ได้รับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องกฎหมายดังกล่าวเมื่อการประชุมครม.เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้จะอยู่ในกระบวนการในการตรวจร่างกฤษฎีกา และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. 59 โดยระบุว่าผู้รับมรดก ซึ่งประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ / หลักทรัพย์ / เงินฝาก / ยานพาหนะ รวมถึงตราสารทางการเงิน ที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาทจะต้องเสียภาษี โดยนับจากวันที่รับมรดก 150 วัน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการแจ้งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดกนั้น เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก ให้แจ้งการจดทะเบียนนั้นต่อกรมสรรพากร ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งกรณีที่ต้องเสียภาษีนั้น ให้นับจากวันที่รับมรดก 150 วัน ซึ่งสามารถเลือกการผ่อนชำระภาษีได้ โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องแสดงรายการภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี พร้อมกำหนดวิธีการผ่อนชำระ โดยการกำหนดจำนวนปี จำนวนงวด และจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด
นอกจากนี้ ผู้ขอผ่อนชำระต้องจัดหาหลักประกันที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าภาษีที่ต้องชำระ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันยื่นคำร้อง และกรณีที่ผ่อนชำระภาษีภายใน 2 ปี จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม กรณีผ่อนชำระภาษีเกินกว่า 2 ปีต้องเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือน โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่การขอผ่อนชำระมีผลบังคับ หากผู้ผ่อนชำระภาษีนำเงินมาชำระภาษีครบถ้วนภายใน 2 ปี ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและให้นำเงินเพิ่มและให้นำเงินเพิ่มที่ชำระแล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ ขณะเดียวกันกรณีผิดนัดไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่ง จะหมดสิทธิการผ่อนชำระภาษีและต้องชำระภาษีที่ค้างอยู่พร้อมกับเงินเพิ่ม
ส่วนกรณียกเลิกการยกเว้นเงินได้บางประเภท ประกอบด้วย เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ได้แก่ บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น และให้ยกเว้นเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของตนโดยไม่มีค่าตอบแทนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมด้วย
สำหรับบุคคลที่ได้รับยกเว้นมรดก ได้แก่ บุคคลผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่า มีความประสงค์ให้ใช้มรดกนั้น เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือ กิจการสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท องค์การมหาชนหน่วยงานของรัฐที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้งโดยเฉพาะ วัดวาอาราม สภากาชาดไทย มูลนิธิหรือสมาคมตามประกาศกระทรวงการคลัง สถาบันอุดมศึกษาเอกชนและโรงเรียนเอกชย แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีมูลนิธิ หรือ สมาคมที่ได้รับมรดกนั้น จะต้องนำส่งเอกสาร ได้แก่ สำเนาพินัยกรรม เอกสารเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินเป็นมรดกตามพินัยกรรม หนังสือแจ้งผลการประกาศให้เป็นองค์การหรือสาธารณกุศล งบดุล บัญชี รายได้รายจ่าย ต่อกรมสรรพากร โดยกรมสรรพากรจะทำการตรวจสอบและติดตามการรับมรดกต่อเนื่องเป็นเวลา 9 ปี ว่าดำเนินการตามที่เจ้ามรดกแจ้งวัตถุประสงค์ไว้หรือไม่









