วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งคลังถก 'ธ.ก.ส.-ออมสิน' จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

"สมคิด" สั่งรมว.คลังหารือ "ธ.ก.ส.-ออมสิน" จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเพิ่มทางเลือกเกษตรกรปลูกพืชช่วงภัยแล้ง มั่นใจกองทุนสตาร์ทอัพเกิดปีนี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังมอบนโยบายให้กับธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ว่า สำหรับนโยบายที่ได้มีการพูดคุยกัน ประกอบด้วย การช่วยเหลือและการพัฒนาการเกษตร โดยในไตรมาสแรกนี้กองทุนหมู่บ้านจะเริ่มโครงการในระดับชนบท โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชนบท เช่น การสร้างแหล่งน้ำ ยุ้งฉาง โรงแปรรูปหมู่บ้าน ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ

"เราพูดคุยกับ ธ.ก.ส. ออมสิน และผู้บริหารกองทุนหมู่บ้าน ภาคเอกชน ให้มาช่วยฟัง ว่าอนาคตจะช่วยอะไรได้บ้าง ประเด็นเรื่องการพัฒนาเรื่องเกษตร พวกเราทราบดีว่า นายกอยากให้ความสำคัญสูงสุดกับการปฏิรูปการเกษตรนอกเหนือจากการบรรเทาความเดือดร้อน" นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน คือ การสร้างความแข็งแรงให้ภาคเกษตร และปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต ซึ่งที่ผ่านมาการช่วยเหลือเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอุตสาหกรรม การบริการ แต่ในปีนี้ รัฐบาลอยากจะพุ่งเป้าหมายกับการสร้างเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการเกษตรกร เพราะในปัจจุบันบรรรดาเกษตรกรที่มีความพร้อมและแข็งแรง จะมีการผลักดันให้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย โดยจะต้องมาวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ไปพัฒนา มูลค่า และเพิ่มความหลากหลายการเพาะปลูก หรือสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น เป้าหมายนี้เป็นการเห็นชอบร่วมกันทั้งกองทุนหมู่บ้าน ออมสิน และธ.ก.ส. ซึ่ง หากทำได้ ผู้ประกอบการใหม่ที่มาจากภาคเกษตรโดยตรงจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงภาคเกษตร

"เราจะสร้างมูลค่าได้อย่างไร จะค้าขายให้ทันกับโลกได้อย่างไร เมื่อประชุมแล้วไม่ใช่แค่เกษตรกร นักศึกษา หรือคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ หากจะร่วมในการสร้างธุรกิจในชนบท เราก็อยากจะให้ส่งเสริม ได้ขอให้ออมสินเข้าไปในสถาบันการศึกษา ว่า เด็กที่มีความคิดอ่านจะช่วยได้อย่างไรให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ๆ"นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ ในที่ประชุม ธ.ก.ส. ได้เสนอว่า มีความต้องการที่จะทำปีนี้ คือ 1 ตำบล 1 เอ็มอีเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับฐานราก นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับธ.ก.ส.ว่า บริเวณที่มีภัยแล้ง จะมีการจัดหาปัจจัยการผลิต หาสินค้าที่มีตลาดแน่นอน เพื่อนำไปสู่การจัดหางบประมาณ หรือจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก เพื่อไปปลูกพืชทดแทนในช่วงนี้ และให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาตลาด เพื่อให้มีรายได้ไปเสริม และหากเป็นไปได้อาจจัดเป็นงบประมาณเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต ทั้งโดยได้มอบหมายให้ทั้ง 2 ธนาคาร ร่วมหารือกับรมว.คลังว่าจะไปดูว่าจะดำเนินการได้อย่างไร

ด้านธนาคารออมสิน เสนอสร้างสตาร์อัพ หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นการสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่จริงๆ ทั้งเรื่องเกษตร สปา แอพต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากดำเนินการได้จะเป็นการสร้างนักรบใหม่

"ปีนี้อยากให้เป็นปีปฏิรูปเกษตร สร้างอนาคต และสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้มีความตื่นตัว รวมทั้งจะมีการตั้งกองทุนสตาร์อัพที่จะเห็นในปีนี้แน่นอน เพื่อเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาสู่ในระบบเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีการร่วมมือกับหลายหน่วยงาน"นายสมคิด กล่าว

ส่วนกรณีที่ธนาคารโลกได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกเหลือ 2.9% นั้น เนื่องจากมองว่าแนวโน้มของโลกไม่ดี ขณะที่เศรษฐกิจจีนก็ส่ออาการ แต่อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าจีนจะสามารถดูแลได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และเมื่อบรรยากาศโลกเป็นแบบนี้ เราจะพึ่งพาการส่งออกไม่ได้ จะต้องสร้างเศรษฐกิจภายในให้แข็งแกร่ง