วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เริ่มทรงตัวได้

สำหรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้คือ 1525 จุด เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เริ่มทรงตัวได้

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มทรงตัวได้ดีขึ้นจากเมื่อวาน เนื่องจากตลาดหุ้นจีนและสหรัฐสามารถกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อยเมื่อวานนี้ ประกอบกับตลาดยังไม่หลุดแนวรับที่สำคัญที่ 1250 จึงมีโอกาสกลับมาเป็นบวกได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูความเคลื่อนไหวของตลาดจีนและแรงขายของหุ้นหลักในกลุ่มสื่อสารที่ยังคงเป็นความเสี่ยงอยู่ในช่วงสั้นนี้ ทำให้ตลาดไม่สามารถบวกขึ้นได้มากนัก

แนวรับ/แนวต้าน : 1250/1280 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%

กลยุทธ์ : สำหรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้คือ 1525 จุด เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), ORI (15)

SVI(6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย

ORI (15) แนะนำเอาไว้เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะทำให้มีการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าและดีมานด์คอนโด นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงช่วยหนุน sentiment ในปี 59 ทั้งนี้เป้ายอดขายพรีเซลอยู่ที่ 7 พันล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 58 โดยมีแผนเปิด 8-10 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 1 หมื่นล้าน ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ต่อ และรายได้มีโอกาสแตะ 4 พันล้านบาท สูงขึ้นเท่าตัวจาก 2 พันล้านบาทในปี 58

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" สั่งสำนักงบฯเตรียมงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายประชารัฐ ผลักดันระดับชุมชน หลังประเมินเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ด้านท่องเที่ยวยังสดใส หันเน้นคุณภาพ ขณะ กกร.ประเมินจีดีพีโต 3-3.5% คาดเม็ดเงินลงทุนทะลัก 1.5 ล้านล้านจากภาครัฐและเอกชน

+ ปิดฉากท่องเที่ยวปี 58 ทัวริสต์ต่างชาติ 29.88 ล้านคน เติบโต 20.44% สร้างรายได้จากไทยเที่ยวไทยและต่างชาติ 2.23 ล้านล้านบาท เกินเป้า 3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนปี 59 ดันรายได้ 2.3 ล้านล้านบาท ททท.ชี้โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด เห็นผลเฉพาะ 12 พื้นที่เป้าหมาย คนไทยเที่ยวเพิ่ม 9.58% สะพัด 5.03 หมื่นล้านบาท แจง "ลำปาง" เนื้อหอมสุด ด้าน สทท. ประเมินปีนี้ทัวริสต์พุ่ง 32.54-34.02 ล้านคน

+ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอรัฐบาลลดภาษีนำเข้า ลักชัวรีแบรนด์ ปลุกกำลังซื้อ "ชนชั้นกลาง-บน นักท่องเที่ยว" แนะยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มนักช้อป ต่างชาติพร้อมกำหนดวงเงิน หลัง "ช้อปเพื่อชาติ" ดันยอดขายเทศกาลปีใหม่พุ่ง 20% ขณะ "กรมศุลกากร" นัดผู้ประกอบการถกลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเดือนนี้ ด้านอธิบดีสรรพากร ระบุควรเพิ่ม ร้านบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 พันรายเป็น 1 แสนรายแทนการลดภาษี

+ กสทช.เดินหน้าแก้ปัญหา "ทีวีดิจิทัล" ตั้ง คณะทำงานร่วมถกแนวทางภายใน 90 วัน เสนอหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งปลดล็อก ย้ำนโยบายกำกับดูแลค่าโทร 4 จี ทุกโปรโมชั่นต้องถูกกว่าเดิม ด้านผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลชี้สัญญาณดี หวังแก้ปัญหาครบวงจร

+ เปิดแผนรัฐ-เอกชนไทยรุกตลาดอาเซียนหลังเปิด AEC พาณิชย์โชว์แผนจัด 14 งานแฟร์ 7 ประเทศ เอกชนเตรียมแผนบุกตลาดรับอานิสงส์ "วี-เซิร์ฟ กรุ๊ป" โลจิสติกส์บุกตั้งสถานีเครือข่ายที่มาเลย์ พร้อมใช้อรัญฯลุยถึงพนมเปญ กลุ่มการ์เมนต์ โรดโชว์เดือนเว้นเดือน ยักษ์แพรนด้า จิวเวลรี่ จี้พันธมิตรขยายสาขา ฝั่งระนองคึกคักพี่บิ๊กโมเดิร์นเทรดแห่ปักฐาน เชียงรายฉวยจังหวะผนึกเมียนมาขยายท่องเที่ยว

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,158.66 จุด เพิ่มขึ้น 9.72 จุด หรือ +0.06%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่าธนาคารกลางจีนประกาศอัดฉีดเงินมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความตื่นตระหนกจากการที่ตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวลดลงก็ตาม

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 43.81 จุด หรือ 0.72% ที่ระดับ 6,137.24 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) ขานรับจีนอัดฉีดเม็ดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศ เพื่อบรรเทาความตื่นตระหนกของนักลงทุน

- ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 76.98 จุด หรือ -0.42% ที่ระดับ 18,374.00 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจีน และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง 

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนก.พ.ลดลง 79 เซนต์ หรือ 2.2% ปิดที่ 35.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของชาติอาหรับในความพยายามที่จะหนุนราคาน้ำมันขึ้น นอกจากนี้ สัญญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร