วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นตัวขึ้นต่อ

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา โรงพยาบาล วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ฟื้นตัวขึ้นต่อ

ตลาดไทยวันนี้มีเเนวโน้มฟื้นตัวขึ้นต่อ หลังตัวเลขการบริโภคและภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐล่าสุดออกมาแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ประกอบกับราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวได้ดีในช่วงนี้ เเละตลาดรับรู้ข่าวการประมูล 4G ไปมากเเล้วโดยเฉพาะ Advanc, Intuch, True, Dtac ที่มี downside ต่ำมากเเล้ว ไม่น่าลงมากกว่านี้นัก ส่วน Jas มีเเนวโน้มลงได้ต่อเเต่ก็ไม่กระทบตลาดมากนัก ประกอบกับเม็ดเงิน LTF RMF ช่วยพยุงตลาดอยู่บ้างจนถึงสิ้นปี เเละนักลงทุนต่างชาติเริ่มเตรียมหยุดยาวจึงน่าจะมีเเรงขายน้อยลงจนถึงสิ้นปีนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1260/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา โรงพยาบาล วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงหุ้นใหญ่ในกลุ่มสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), BDMS (25.50)

SVI(6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย

BDMS (25.50) เป็นตีมค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ช่วยให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาตัวมากขึ้น โดยขณะนี้ BDMS มีราคาถูกที่สุดและ upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 20% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 6 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 20% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (32)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ คลังเล็งหั่นภาษีบุคคลธรรมดาลง 5% เพดานสูงสุด 30% หวังกระตุ้นกำลังซื้อ-สร้างความเป็นธรรมภาษีปีหน้า ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้ช่วยไม่มากนัก จากฐานคนเสียภาษีทั่วประเทศ 2 ล้านคน ขณะที่เอกชนเตรียมแคมเปญรับมาตรการลดหย่อนชอปปิงช่วงปีใหม่ "อภิศักดิ์" แถลงใหญ่วันนี้

+ รัฐบาลแถลงผลงานมาราธอน 10 ชั่วโมงเต็ม "สมคิด" แจงผลงานเศรษฐกิจชี้พยุงเศรษฐกิจไม่ทรุดตัว เผยปี 59 เห็นโครงการลงทุนคมนาคม ซุปเปอร์คลัสเตอร์ เผยไทยสามารถสมดุลงบประมาณได้ในอีก 7 ปี หากจีดีพีโต 3-5% กลับเป็นเสือในเอเชียอีกครั้ง

+ 4 ซีอีโอ "เอสซีจี-ปตท.-เบอร์ลี่ยุคเกอร์-เอ.พี.ฯ" มองบวก เศรษฐกิจไทยปีหน้ากระเตื้อง ได้แรงหนุนโครงการขนาดใหญ่ดันเอกชนลงทุนตาม พื้นเชื่อมั่นผู้บริโภค "เอสซีจี" ประเมินเมกะโปรเจค ดันยอดใช้ปูนในประเทศเพิ่มปีละล้านตัน ต่อเนื่อง 8-10 ปี "บีเจซี" แนะเร่งสร้างเครือข่ายผลิตสินค้าป้อนตลาดอาเซียน

+ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การออกมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2558 โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. 2558 แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนั้น เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ของขวัญปีใหม่กับประชาชน ช่วยให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายมากขึ้น จากเดิมที่อาจชะลอการใช้จ่าย

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,602.61 จุด พุ่งขึ้น 185.34 จุด หรือ +1.06%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 ธ.ค.) โดยตลาดปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือน

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 157.88 จุด หรือ 2.60% ที่ 6,240.98 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 ธ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเมืองและกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวแข็งแกร่ง

- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.พ.พุ่งขึ้น 1.36 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 37.5 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 ธ.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่สูงเกินไป