ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาด OPEC จะมีมติคงโควตาการผลิตในการประชุมวันศุกร์นี้
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนาย Mehdi Asali ผู้แทนของรัฐบาลอิหร่านในกลุ่มโอเปค (OPEC) ออกมาแสดงความเห็นว่าในการประชุมร่วมหารือการกำหนดโควต้าการผลิตของประเทศสมาชิกโอเปคในวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค. 58 นี้ ประเทศซาอุดิอาระเบียและกลุ่มประเทศพันธมิตรมีแนวโน้มที่จะมีมติคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบไว้ ณ ระดับเดิม นอกจากนี้ ผู้แทนอาวุโสในกลุ่มประเทศสมาชิกยังออกมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่าไม่มีประโยชน์ที่ประเทศกลุ่มโอเปคจะปรับลดการผลิตลงแต่เพียงฝ่ายเดียว หากอิหร่านยังคงมีแผนเพิ่มอุปทานออกสู่ตลาดโดยการเดินหน้าเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบหลังจากมาตรการคว่ำบาตรสิ้นสุดลง
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 พ.ย. 58 ปรับเพิ่มชึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 489.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง 0.47 ล้านบาร์เรล ส่วนปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบโอกลาโฮมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 0.43 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 0.41 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลุ่มให้ความร้อนคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.13 ล้านบาร์เรล และ 3.10 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ เนื่องจากอัตราการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐ ที่ปรับตัวสูงขึ้นราวร้อยละ 2.5 สู่ระดับร้อยละ 94.5 ซึ่งสวนทางกับอุปทานของน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลุ่มให้ความร้อนในช่วงเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวลงร้อยละ 0.6
+ ตลาดจับตาดูการายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่จะมีการรายงานในวันศุกร์นี้ โดยผลการสำรวจ ADP ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน พ.ย. 58 เพิ่มขึ้น 217,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 183,000 ตำแหน่ง ขณะที่คาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 5.0% ทั้งนี้ ผลการคาดการณ์ดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางการขยายตัวของภาคแรงงานสหรัฐ ที่ยังคงขยายตัว
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลสนับสนุนให้ราคาน้ำมันเบนซินในภูมิภาคให้ปรับลดลงไม่มากนัก ขณะที่อุปทานมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นหลังจากโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดิอาระเบียกลับมาดำเนินการอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามปริมาณอุปทานที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับอุปสงค์ที่ดีขึ้นในภูมิภาคเช่นกัน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีอุปสงค์น้ำมันดีเซลจากทางด้านเอเซียเหนือและในภูมิภาค ประกอบกับอุปทานที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมันในสิงคโปร์และมาเลเซีย และมีอุปทานจากทางด้านเอเซียเหนือลดลง
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 4 ธ.ค. 58 นี้ ว่าโอเปคจะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบหรือไม่ หลังล่าสุดซาอุดิอาระเบียออกมาให้ความเห็นว่าพร้อมที่จะเจรจาร่วมกับผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันไว้ ไม่ให้ลดต่ำลงมากกว่านี้ ซึ่งสวนทางกับนโยบายเดิมของโอเปคที่พยายามคงกำลังการผลิตระดับสูงเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้
- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลายอาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น หลังล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกเมื่อวันอังคารที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กับรัสเซีย และส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายและกลายเป็นชนวนที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย รวมถึงสงครามในอิรักของกลุ่ม ISIS ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังคงผันผวนและคาดว่าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาออกมาเป็นที่น่าพอใจ
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









