วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTC - ซื้อเก็งกำไร

เน้นการเติบโตเชิงรุกมากขึ้น

ประเด็นการลงทุน 

เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ โดยผู้บริหารย้ำว่า เป้าสินเชื่อเติบโตยังคงอยู่ที่ 10% และเป้ากำไรเติบโตที่ 10-15% ในปี 2558 ในขณะที่เป้าสินเชื่อเติบโตปี 2559 อยู่ที่ 15% และกำไรเติบโตเล็กน้อย การเติบโตของกำไรปี 2559 เล็กน้อย เนื่องจาก OPEX ที่สูงขึ้นในปี 2559 จากการออกแคมเปญการตลาดเพื่อเพิ่มยอดสินเชื่อ โดยสรุป เราเชื่อว่ากำไรในปี 2558-2559 น่าจะเป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัพไซด์จากการปรับลดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญในปี 2558 และ 2559 จากการที่อัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญยังคงสูงถึง 395% สัดส่วน D/E ในปัจจุบันอยู่ที่ 6.0 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินของบริษัทที่ 10 เท่ามาก ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายตัวได้อีกหลายปีโดยปราศจากการเพิ่มทุน เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร

ย้ำเป้าสินเชื่อเติบโต 10% ในปี 2558 และ 15% ในปี 2559

จากสินเชื่อเติบโต 7.9% YoY ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 10% ในปี 2558 สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตเติบโต 6.8% YoY (เทียบกับเป้าการเติบโตที่ 5-10% ในปี 2558) และ 8.7% (เทียบกับเป้าการเติบโตทั้งปีที่ 15%) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 ในขณะที่ ผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตถึง 15% และสินเชื่อบัตรเครดิตเติบโต 15% ในปี 2559 KTC ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 15% YoY ทั้งในปี 2558 และ 2559 หลังจากการเติบโต 12% ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ที่ 104 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า บริษัทจะบรรลุเป้าสินเชื่อเติบโต 10% ในปี 2558 และอีก 10% ในปี 2559 (ต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ 15%)

คาดกำไรหลักลดลง YOY ในไตรมาส 4/58 และปี 2559 จากการเพิ่มขึ้นของ OPEX

บริษัทคาดว่า จะมี OPEX ก้อนใหญ่ในปี 2559 จากแคมเปญการตลาดในปี 2558 ที่เพิ่มขึ้น (เพื่อเพิ่มระดับการเติบโตของสินเชื่อและการใช้จ่ายรวมผ่านบัตรเครดิต) และต้นทุนที่สูงขึ้นจากการจ้างหน่วยงานภายนอกเรียกเก็บหนี้ โดยบริษัทตั้งเป้างบการตลาดไว้ที่ 900 ล้านบาทในปี 2558 และ 1.2-1.3 พันล้านบาทในปี 2559 ทั้งนี้ บริษัทจ้างบริษัท Win Performance ในการให้บริการเรียกเก็บหนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2558 ซึ่งน่าจะช่วยให้หนี้สูญฟื้นตัวและมีการตั้งสำรองฯที่ต่ำลง นอกจากนี้ บริษัทคาด OPEX จะเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 ล้าน/เดือน เราคาด สัดส่วนต้นทุน/รายได้ลดลงจาก 50% ในปี 2557 อยู่ที่ 48% ในปี 2558 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 49.2% ในปี 2559

อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูง หนุนปรับลดการตั้งสำรองฯต่ำลงในไตรมาส 4/58 และปี 2559

ผู้บริหารมองว่า อัตราส่วนหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 395% ซึ่งอาจสูงมากเกินไป และน่าจะทำให้บริษัทสามารถลดการตั้งสำรองฯในไตรมาส 4/58 และปี 2559 ได้ โดยปัจจุบันบริษัทไม่มีนโยบายที่จะกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญเป็นรายได้ เรามองว่านี่อาจทำให้มีอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัท หากบริษัทลดการตั้งสำรองหนี้สูญฯในปี 2558 และปี 2559 ลงมากกว่าที่เราคาด เราคาด บริษัทตั้งสำรองหนี้สูญปี 2558 ที่ 3.7 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15% YoY) และ 3.8 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3% YoY) ในปี 2559