วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอสเอ็มอีแบงก์' เผยกำไรสุทธิ10เดือนอยู่ที่1.1พันลบ.

"เอสเอ็มอีแบงก์" เผย กำไรสุทธิ 10 เดือนอยู่ที่ 1,120 ลบ. หลังบริหารต้นทุน- คุมค่าใช้จ่าย ส่วนสินเชื่อคงค้างเดือน ต.ค. อยู่ที่ 84,614 ลบ.

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนปี 2558 ที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,120 ล้านบาท โดยในเดือนตุลาคม 2558 มีกำไรสุทธิ 159 ล้านบาท เป็นผลจากธนาคารสามารถบริหารจัดการต้นทุนเงินได้ดีขึ้น และควบคุมค่าใช่จ่ายให้อยู่ในระดับที่ไม่สูง ประกอบกับธนาคารปล่อยสินเชื่อคุณภาพดีเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ภาระตั้งสำรองของธนาคารลดลง เนื่องจากศาลแพ่งพิจารณายกฟ้องคดี FRCD ระหว่างธนาคารกับธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) SCBT ทำให้ความเสี่ยงในการตั้งสำรองเพิ่มของธนาคารลดลง และหากคดีสิ้นสุด ธนาคารมีโอกาสนำเงินสำรอง 2,000 ล้านบาท โอนมาเป็นเงินสำรองส่วนเกินสำหรับเงินให้สินเชื่อต่อไป

สำหรับสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2558 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง 84,614 ล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้ 69,236 ราย โดยลูกหนี้มีจำนวนรายเพิ่มขึ้น ณ ธันวาคม 2557 เท่ากับ 1,561 ราย ลูกหนี้ใหม่ทุกรายที่เพิ่มขึ้นมีวงเงินต่ำกว่า 15 ล้านบาท และณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 25,854 ล้านบาท และยังมีสินเชื่ออนุมัติแล้วยังค้างการเบิกจ่าย 4,520 ล้านบาท รวมเป็นสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 30,374 ล้านบาท เป็นจำนวนลูกค้า 12,763 ราย โดยเฉลี่ยต่อราย 2.38 ล้านบาท

ในส่วนของสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4% หรือ Soft Loan ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ธนาคารอนุมัติสินเชื่อแล้ววงเงิน 6,726.15 ล้านบาท 2,129 รายเฉลี่ยรายละ 3.16 ล้านบาท แต่การเบิกจ่ายทำได้เพียง 2,205.01 ล้านบาท 772 ราย เนื่องจากบสย.อยู่ระหว่างปรับระบบการค้ำประกัน ซึ่งเชื่อว่าหากปรับระบบแล้วจะทำได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมี Policy Loan ดอกเบี้ยต่ำ 4% ได้รับคำขอแล้ว 5,012.80 ล้านบาท อนุมัติสินเชื่อแล้ว 2,031.68 ล้านบาท เบิกจ่าย 1,846.19 ล้านบาท จำนวนลูกค้า 589 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว

นางสาลินี กล่าวว่า ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล (NPL) ณ สิ้นเดือนตุลาคม มีเอ็นพีแอล 26,312 ล้านบาท คิดเป็น 31.10% ของสินเชื่อรวมโดยเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย 189 ล้านบาท เพราะมีลูกหนี้รายใหญ่ ซึ่งเป็นธุรกิจโรงสีประสบปัญหาไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ ในส่วนของการปรับโครงสร้างหนี้ ยังเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะรายได้ของลูกหนี้ยังไม่ฟื้นตัว แต่ยืนยันว่าเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรธนาคาร เพราะธนาคารกันสำรองส่วนเกินรองรับอยู่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอที่จะรองรับลูกหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้นบ้าง