ผบ.คดีอาญาพิเศษ1 "ดีเอสไอ" ขึ้นเชียงใหม่ บุกยึดบ้าน-ทรัพย์สิน "แกนนำ" แชร์ทองคำ กว่า30ล้าน หลังลวงผู้เสียหายกว่า2,000ราย เสียหาย500ล้าน
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 19 พ.ย.58 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษที่ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเจ้าหน้าที่สอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายวรรณชัย (สงวนนามสกุล) สมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่ หลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปลงทุนในทองคำ กับ2บริษัทเครือข่าย มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท
พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า การตรวจค้นพบบ้าน 2 ชั้นที่กำลังก่อสร้าง บนพื้นที่ 4 ไร่ 3 งาน และพบบ้านพักเดี่ยวชั้นเดียวปลูกอยู่ในรั้วเดียวกัน ซึ่งมีพ่อของนายวรรณชัย ผู้ต้องหา มาอาศัยและเฝ้าสถานที่ดังกล่าว นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีการเลี้ยงกวางดาว จำนวนกว่า 20 ตัว ราคาตัวละประมาณ 50,000 บาท ซึ่งเป็นสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดบ้านทั้ง 2 หลังและทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งฝูงกวางดาวดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป ขณะที่ไม่พบเจ้าของที่แท้จริงออกมาแสดงตัวแต่อย่างใด
สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนและตรวจค้นบ้านของแกนนำกลุ่มแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา และอายัดทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท โดยมีการขยายผลในการสอบสวนมาจนพบกลุ่มของนายวรรณชัย ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เดิมในพื้นที่ภาคใต้และได้มีการนำทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการหลอกลวงประชาชนมาซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยประเมินว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหากับพวก ได้ร่วมกันกับชาวต่างชาติเป็นขบวนการหลอกลวงประชาชนว่า มีบริษัทค้าทองคำจากประเทศจีน เปิดให้ประชาชนในประเทศไทยลงทุนกับบริษัทโดยให้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ต่อเดือน โดยการหลอกลวงนั้น ได้มีการตั้งชื่อบริษัทซึ่งมีชื่อคล้ายเว็บไซต์ที่มีการขายทองและมีอยู่จริงในต่างประเทศ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและหลอกประชาชนทั่วไป หลงเข้าร่วมลงทุน
นอกจากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดได้มีการจัดทำเว็บไซต์ และมีการจัดประชุมแสดงภาพความสำเร็จ มีการขึ้นกล่าวจูงใจให้ผู้เข้าร่วมลงทุนเชื่อมั่น และตัดสินใจลงทุนแบบไม่ถอนทุน และผลตอบแทนระหว่างการลงทุน จำนวนกว่า 2,000 ราย จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดได้หยุดจ่ายผลตอบแทนทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 500-600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาและขบวนการดังกล่าว ยังมีการชักชวนให้ประชาชนลงทุนในกองทุนเหมืองทองคำ ที่อ้างว่าเป็นการลงทุนกับเหมืองทองคำในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งมีประชาชนได้ร่วมลงทุนเป็นจำนวนมากและกองทุนดังกล่าวได้ปิดตัวหนีไปตั้งแต่ปี 2557แต่ได้หลอกลวงประชาชนว่ากำลังจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอังกฤษ จะจ่ายเงินปันผลในเดือนมกราคม 2559 นี้ เพื่อเป็นอุบายไม่ให้ถูกฟ้องร้อง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างดำเนินคดีดังกล่าว เป็นเลขสืบสวนที่ 37/2557
อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังได้ดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายหลายสิบรายในคดีพิเศษที่ 61/2557 กรณีการหลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปลงทุนในหุ้นน้ำมันกับบริษัทแห่งหนึ่ง ประเทศอินโดนีเซีย แต่ไม่มีการจ่ายผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเป็นกลุ่มขบวนการของชาวไทยที่ร่วมกับชาวต่างชาติจัดตั้งระบบขึ้นมา เพื่อหลอกลวงให้ลงทุน มีผู้เสียหายทั่วประเทศประมาณกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยัง อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกลุ่มขบวนการซึ่งพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องและออกหมายจับอีก 5 ราย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายในการหลอกลวงให้ลงทุนดังกล่าวข้างต้น สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สำนักงานคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป







