เน้นเล่นสั้น เล็งหุ้นเป็นรายตัว ลงแรงซื้อ เด้งขึ้นขาย เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ฟื้นตัวขึ้น
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นได้หลังคำแถลงการประชุมเฟดเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาบ่งชี้ให้เห็นถึงความมั่นใจในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และเฟดยืนยันว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น วันนี้ยังคงแนะนำ Take profit บ้างหากมีกำไร เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณการกลับมาซื้อของต่างชาติอย่างชัดเจน และตลาดยังคงมีแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นได้มากนักในช่วงนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1370/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เล็งหุ้นเป็นรายตัว ลงแรงซื้อ เด้งขึ้นขาย เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
นักลงทุนระยะสั้น : SYNTEC (3.80), THCOM (47)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้มีเพียงตัวเดียวที่ราคายังถูกอยู่และเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
THCOM (47) ได้รับผลกระทบจากข่าว CEO ออกเลยเห็นราคาหุ้นรูดลงมาเรื่อยๆจาก 38 บาทเมื่อต้นปีลงมาเหลือบริเวณ 30 บาท แต่จริงๆแล้วพื้นฐานสำหรับตัวนี้ยังดีไม่เปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 30 บาท ทยอยเก็บสะสมได้เลยครับ รอไปเล็งขายอีกทีใกล้ๆ 40 บาท ได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจาก
1. Earning ที่โตขึ้นเรื่อยๆ หนุนจาก THCOM7 ที่ utilization จะเต็ม 100% ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปีหน้าก็จะรับรู้รายได้เต็มๆปี
2. THCOM8 ยิงสู่ท้องฟ้ากลางปี 59 และปลายปี 59 utilization จะโตเต็มใกล้ 100%
3. ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี upside สูงที่สุดในกลุ่มสื่อสาร
นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)
KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ให้หมด ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส โรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีตอนนี้เต็มแล้ว 70% คาดว่าปลายปีเต็ม 100% และมีประสิทธิภาพมากกว่า เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x (อุตสาหกรรม 15x) ถือว่า KCE ยังถูกอยู่
CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเร็วๆนี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "สมคิด" เร่งลงทุนยกเครื่องเศรษฐกิจประเทศ ตั้งเป้าปี 2559 "ปีแห่งการลงทุนภาคเอกชน" ด้านคมนาคมปรับแผนเร่งเมกะโปรเจค เริ่มเดินเครื่องตั้งแต่ต้นปีหน้า ส่วนอุตฯ เตรียมตั้ง 3 คลัสเตอร์ใหม่ หนุน 3 อุตสาหกรรมไฮเทค ขณะนักเศรษฐศาสตร์นักวิเคราะห์ชี้ความไม่ชัดเจน อุปสรรคใหญ่
+ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ปาฐกถาพิเศษ "เมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" ว่า จะเร่งเดินหน้าการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 ภายใต้ 5 แผนงาน ได้แก่ 1.โครงข่ายขนส่งรถไฟฟ้า 2.ความสามารถทางหลวงเชื่อมทางขนส่ง (มอเตอร์เวย์) 3.โครงข่ายขนส่งทางน้ำ 4.ระบบราง 5.ขนส่งทางอากาศ รวม 20 โครงการ วงเงิน 1.79 ล้านล้านบาท ให้เกิดเป็นรูปธรรมในปีหน้า เข้า ครม.กลางเดือน ธ.ค.เร่งประกวดราคา เข้าสู่โหมดลงทุน
- นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภายหลังเกิดระเบิดที่กรุงปารีส พบว่ายอดการจองเดินทางท่องเที่ยวแถบยุโรปของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดิมจะเดินทางในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ช่วงปีใหม่จนถึงเทศกาลคริสต์มาสที่เดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ลดลงเกือบ 100% เมื่อเทียบกับช่วงปกติที่จะมียอดจองเฉลี่ย 50-60%เสนอ ททท.จัดเที่ยวไทย
+ สนง.พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โชว์ผลสำรวจอีคอมเมิร์ซไทยฉบับสมบูรณ์ครั้งแรก แจงมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาท สูงสุดในอาเซียน แซงหน้า มาเลย์-สิงคโปร์ อานิสงส์กลุ่ม "บีทูบี" ซื้อขายผ่านออนไลน์สูงสุด ขณะค้าปลีกค้าส่ง ค้าขายออนไลน์พุ่ง คาดมูลค่าสูงถึง 3.2 แสนล้าน ผู้ประกอบการแข่งเดือด-4จี ดันมูลค่าปีนี้เพิ่มอีกกว่า 6 แสนล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,737.16 จุด พุ่งขึ้น 247.66 จุด หรือ +1.42%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของเฟดมีความเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนหน้า
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.21 จุด หรือ 0.16% ที่ 6,278.97 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวปรับตัวลงหลังจากมีคำขู่วางระเบิดเครื่องบิน 2 ลำของสายการบินแอร์ฟรานซ์
+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 18.55 จุด หรือ 0.09% แตะที่ 19,649.18 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีที่กรุงปารีสได้ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งได้สกัดปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นในต่างประเทศเมื่อคืนนี้
- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 40.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว









