วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซึมลงต่อ

เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ซึมลงต่อ

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มซึมลงต่ออาจทดสอบแนวรับที่ 1380 จุด โดยปัจจัยกดดันมาจากกลุ่มสื่อสาร ที่สัปดาห์ก่อนช่วยพยุงตลาดแต่มาสัปดาห์นี้กลับกดดันตลาดลง เนื่องจากการประมูล 4G ที่เริ่มเมื่อวานนี้มีการแข่งขันรุนแรงเกินความคาดหมายจึงจะส่งผลลบต่อกำไรของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล นอกจากนี้กลุ่มพลังงาน perform ได้ไม่ดีในช่วงนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันอ่อนแอต่อเนื่องจากความกังวลเรื่อง oversupply ช่วงนี้แนะนำเล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย ไม่ถือหุ้นนาน เน้นกลุ่มรับเหมา อสังหาฯ และอิเล็คทรอนิกส์

แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

นักลงทุนระยะสั้น : SYNTEC (3.80), THCOM (47)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้มีเพียงตัวเดียวที่ราคายังถูกอยู่และเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 3 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

THCOM (47) ได้รับผลกระทบจากข่าว CEO ออกเลยเห็นราคาหุ้นรูดลงมาเรื่อยๆจาก 38 บาทเมื่อต้นปีลงมาเหลือบริเวณ 30 บาท แต่จริงๆแล้วพื้นฐานสำหรับตัวนี้ยังดีไม่เปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 30 บาท ทยอยเก็บสะสมได้เลยครับ รอไปเล็งขายอีกทีใกล้ๆ 40 บาท ได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจาก

1. Earning ที่โตขึ้นเรื่อยๆ หนุนจาก THCOM7 ที่ utilization จะเต็ม 100% ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปีหน้าก็จะรับรู้รายได้เต็มๆปี

2. THCOM8 ยิงสู่ท้องฟ้ากลางปี 59 และปลายปี 59 utilization จะโตเต็มใกล้ 100%

3. ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี upside สูงที่สุดในกลุ่มสื่อสาร

นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)

KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ให้หมด ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส โรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีตอนนี้เต็มแล้ว 70% คาดว่าปลายปีเต็ม 100% และมีประสิทธิภาพมากกว่า เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x (อุตสาหกรรม 15x) ถือว่า KCE ยังถูกอยู่

CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเร็วๆนี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 2 ใบอนุญาตแข่งเดือดกว่า 11 ชั่วโมง ราคารวมทะลุ 5.2 หมื่นล้าน กสทช.มั่นใจผู้ชนะประมูลเปิดให้บริการได้ก่อนเดือน ม.ค.2559 เชื่อส่งผลปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมครั้งใหญ่ เกิดการแข่งขันในตลาด จ้างงานเพิ่ม คาดเงินสะพัดในอุตสาหกรรมพุ่ง 5 แสนล้านบาทภายใน 3 ปี หนุนระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

+ "สมคิด" สั่งคลังเดินหน้าปฏิรูปภาษี เร่งทำแผนให้แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อให้เกิดผลรูปธรรมปีหน้า ปลัดคลังประเมินช่องโหว่รายได้หายไป 5-6% ของจีดีพี ชี้หากไม่เร่งปฏิรูปอาจเกิดวิกฤติการคลังในระยะอีก 10 ปี ภาระการคลังจากการดูและผู้สูงอายุพุ่งถึง 6 แสนล้านบาทต่อปี

+ บอร์ดพีพีพี ไฟเขียว 5 โครงการเข้า "พีพีพี ฟาสต์แทรค" วงเงินลงทุน 3.4 แสนล้านบาท ขณะรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทางเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการในปีหน้า "สมคิด" ขีดเส้นต้องประมูลแล้วเสร็จกลางปี 2559 หวังเมกะโปรเจคหนุนเศรษฐกิจเข้มแข็ง ด้าน "อภิศักดิ์" มั่นใจดึงเอกชนลงทุนได้ ย้ำตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ภายใน ธ.ค. 2558

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,702.22 จุด ลดลง 55.99 จุด หรือ -0.32%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มค้าปลีก หลังจากบริษัทเมซี อิงค์ เปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการของสหรัฐ (วันทหารผ่านศึก)

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับขึ้น 21.92 จุด หรือ 0.35% แตะที่ระดับ 6,297.20 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วันเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) หลังจาก SABMiller PLC ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายสำหรับข้อเสนอซื้อกิจการจาก Anheuser-Busch InBev N.V. ซึ่งเป็นคู่แข่งของบริษัท

+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 20.13 จุด หรือ 0.10% แตะที่ 19,691.39 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก เพราะได้แรงหนุนจากผลประกอบการและการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเอกชน นอกจากนี้ การที่นักลงทุนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินสหรัฐยังได้ช่วยกระตุ้นแรงซื้อ

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 1.28 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 42.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาไทย