วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรินทร์' แนะยกระดับความพร้อมประเทศรองรับทีพีพี

"สุรินทร์" อดีตเลขาธิการอาเซียน ระบุ ไทยควรเตรียมพร้อมประเทศรองรับทีพีพี เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ไม่ว่าจะเข้าร่วมทีพีพีหรือไม่ก็ตาม

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “อนาคตเศรษฐกิจไทยปี 2559 … โอกาสและความท้าทาย” ว่า เศรษฐกิจโลกปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.1- 3.3 และท่ามกลางกระแสการเกิดขึ้นของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งขณะนี้เพื่อนบ้านอาเซียน 4 ประเทศ ประกอบด้วย บูรไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เข้าร่วมทีพีพีแล้ว เรื่องดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาด้านความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นทั้งนักลงทุนญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) สหรัฐ เพราะเห็นว่าเมื่อลงทุนแล้วมีตลาดตามข้อตกลงทีพีพี รองรับสินค้าที่ผลิตอยู่แล้ว

ดังนั้น ไม่ว่าประเทศไทยจะเข้าร่วมทีพีพี หรือไม่ ประเทศไทยจำเป็นจะต้องเร่งปรับตัวยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ดีขึ้น เช่น มีการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้พร้อมใช้นวัตกรรมที่เป็นของไทยมากขึ้น ไม่อาจพึ่งต่างชาติได้อีก ส่วนภาพรวมของไทยขณะนี้ยังไม่พร้อมหลายด้านที่จะเข้าร่วมทีพีพี แต่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเร่งรีบรวดเร็ว

นายสุรินทร์ ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไข ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ปรับบทบาทจากดึงการลงทุนเข้ามาในประเทศ เปลี่ยนเป็นนำนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่าปัจจุบัน เพราะจากนี้ไปไม่มีเศรษฐกิจไหนที่จะอยู่รอดบนพื้นที่และกรอบเศรษฐกิจของตัวเองอีกต่อไป เนื่องจากรูปแบบเศรษฐกิจนับจากนี้ไปจะอยู่ในรูปแบบของการส่งกำไรกลับประเทศมากขึ้น ซึ่งหลายประเทศทำอยู่ เพราะตลาดอาเซียนยังมีโอกาสอีกมาก ปัจจุบันไทยค้ากับประเทศในอาเซียนด้วยกันคิดเป็นร้อยละ 25 ของการค้าในภาพรวม

พร้อมกันนี้ขอให้วางยุทธศาสตร์ที่จะส่งเสริมให้สินค้าส่งออกเป็นสินค้าของไทยเองมากขึ้น เพื่อบุกตลาดโลกให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันสินค้าส่งออกของไทยส่วนใหญ่ไม่ได้พึ่งตัวเองเป็นสินค้าต่างชาติผลิต ขณะที่สินค้าที่ประเทศไทยผลิตในสายตาต่างประเทศ เป็นเพียงสินค้าโอทอปเท่านั้น และขอให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพโดยเร็วจากคนไทยเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน เห็นประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งขณะนี้ถึงเวลาหลอมไทยให้เป็มทีมที่จะออกไปบุกตลาดอาเซียนและตลาดโลก เพราะที่ผ่านมาไทยออกไปลักษณะของการชกมวยต่ำกว่าน้ำหนัก