เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งซึมในกรอบ 1380-1415
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบ โดยปัจจัยกดดันส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ เช่น ความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตาม ภายในประเทศยังคงมีสภาพคล่องสูงจากแรงซื้อของกองทุนต่างๆและรายย่อยที่ช่วยพยุงตลาด นอกจากนี้ยังมีข่าวการประมูล 4G ช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มสื่อสารด้วย ดังนั้น ตลาดในช่วงนี้อาจจะซึมแต่ก็ยังมีตัวที่เล่นได้ โดยเน้นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ เช่น กลุ่มสื่อสาร กลุ่มรับเหมา และอสังหาฯ บวกกับหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น กลุ่มอิเล็คทรอนิกส์
แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
นักลงทุนระยะสั้น : SYNTEC (3.80), THCOM (47)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้มีเพียงตัวเดียวที่ราคายังถูกอยู่และเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 3 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
THCOM (47) ได้รับผลกระทบจากข่าว CEO ออกเลยเห็นราคาหุ้นรูดลงมาเรื่อยๆจาก 38 บาทเมื่อต้นปีลงมาเหลือบริเวณ 30 บาท แต่จริงๆแล้วพื้นฐานสำหรับตัวนี้ยังดีไม่เปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 30 บาท ทยอยเก็บสะสมได้เลยครับ รอไปเล็งขายอีกทีใกล้ๆ 40 บาท ได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจาก
1. Earning ที่โตขึ้นเรื่อยๆ หนุนจาก THCOM7 ที่ utilization จะเต็ม 100% ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปีหน้าก็จะรับรู้รายได้เต็มๆปี
2. THCOM8 ยิงสู่ท้องฟ้ากลางปี 59 และปลายปี 59 utilization จะโตเต็มใกล้ 100%
3. ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี upside สูงที่สุดในกลุ่มสื่อสาร
นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)
KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ให้หมด ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส โรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีตอนนี้เต็มแล้ว 70% คาดว่าปลายปีเต็ม 100% และมีประสิทธิภาพมากกว่า เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x (อุตสาหกรรม 15x) ถือว่า KCE ยังถูกอยู่
CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเร็วๆนี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ครม.ไฟเขียวยกเลิกบัญชีแนบท้ายผังเมืองรวม หวังแก้อุปสรรคลงทุน จัดทำข้อกำหนดที่มีลักษณะยืดหยุ่น รองรับยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ พร้อมให้มหาดไทยทำผังเมืองใหม่ 34 จังหวัดให้สอดรับนโยบาย สั่งมหาดไทยทบทวนเพิ่มพื้นที่พัฒนาปิโตรฯมาบตาพุดเป็น 3.5 หมื่นไร่ ซึ่งการยกเลิกบัญชีดังกล่าวจะช่วยทำให้เอกชนบัญชีดังกล่าวจะช่วยทำให้เอกชนเกิดลงทุนมากขึ้น
+ นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดกิจกรรมโครงการเอสเอ็มอี โปรแอคทีฟ ปี 59-61 ต่อเนื่องเป็นระยะที่ 2 โดยคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังไม่เคยไปเปิดตลาดต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ ของตกแต่งบ้าน ท่องเที่ยวและบริการกว่า 1,000 รายเข้าร่วมไปทำตลาดต่างประเทศ และจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการส่งออก การบริโภค และการจ้างงานให้เอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
+ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีมติเห็นชอบพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขยายระยะเวลาการใช้บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุในปีภาษี 2558 ให้ใช้บัญชีอัตราเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเดิมอีก 1 ปี เก็บภาษีเงินได้ 5-35% เท่าเดิม ส่งสัญญาณชัดปี'60 ปรับพิกัด สลค.แนะแก้เศรษฐีหักลดหย่อน
+ นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยว่า ททท. เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้ชื่องาน ลักชัวรี แฟมทริป แอนด์ เทรด มีท ในวันที่ 16 พ.ย. นี้พร้อมดึงบริษัททัวร์ที่ทำตลาดการท่องเที่ยวในรูปแบบไฮโซ (ลักชัวรี) กว่า 41 รายจากทั่วโลกมาพบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชาวไทยโดยงานจะจัดที่สวนของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน พระที่นั่งอนันตสมาคมซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามบ่งบอกความเป็นศิลปะชั้นสูงที่มีความสวยงามหรูหราซึ่งคาดว่าการเข้ามาทำตลาดนี้จะช่วยผลักดันรายได้รวมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้าให้เติบโตได้ 8% จากปีก่อน
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,758.21 จุด เพิ่มขึ้น 27.73 จุด หรือ +0.16%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ระบุว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนก.ย.พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 19.88 จุด หรือ 0.32% ที่ 6,275.28 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงต่อเนื่องเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงฉุดหุ้นกลุ่มเหมืองให้ร่วงลง
+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 28.52 จุด หรือ +0.15% แตะที่ 19,671.26 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดขยับขึ้นในวันนี้ เพราะได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมุมมองดังกล่าวช่วยสกัดปัจจัยลบที่เกิดขึ้นความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 44.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยรายงานคาดการณ์ว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันมีแนวโน้มลดลงในปีนี้และปีหน้า รวมทั้งคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐมีแนวโน้มลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนธ.ค.









