กำไรหลักไตรมาส 3/58 เป็นไปตามคาด แนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4/58
กำไรหลักเป็นไปตามคาด
PTTGC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 1,207 ล้านบาท ลดลง 84% YoY และ87% QoQ หากไม่รวมผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันมูลค่า 2.7 พันล้านบาท, ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์มูลค่า 694 ล้านบาท, กำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันมูลค่า 52 ล้านบาท และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่า 1.4 พันล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 5,929 ล้านบาท ลดลง 37% YoY และ 22% QoQ แม้กำไรหลักจะสอดคล้องกับประมาณการของเราและของตลาด แต่กำไรสุทธิต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 21% จากผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่สูงกว่าคาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง ในขณะที่กำไรหลักที่หดตัวลงนั้นมีปัจจัยจาก 1) ปริมาณขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ที่ลดลง (จากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์ 2 ทั้งที่วางแผนและไม่ได้วางแผนไว้รวมทั้งสิ้น 65 วัน), 2) ส่วนต่าราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลง (ทั้ง YoY และ QoQ), 3) ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ที่หดตัวลง (ทั้ง YoY และ QoQ) และ 4) ค่าการกลั่นตลาดที่หดตัวลง (QoQ) (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Figure 2) ทั้งนี้ EBITDA มาร์จิ้นของโอเลฟินส์ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 24% จาก 28% ในไตรมาส 3/57 และ 2/58 จากราคาผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ที่อ่อนตัวลงตาม ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง (ราคา HDPE ปรับลง 10% QoQ มาอยู่ที่ 1,234 เหรียญต่อตัน) และสัดส่วนการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบที่ลดลง (มาอยู่ที่ 82% ในไตรมาส 3/58 จาก 96% ในไตรมาส 3/57 และ 92%ในไตรมาส 2/58)
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 จะขยายตัวทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น, ค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งขึ้น และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ทรงตัว โรงงานต่างๆของ PTTGC ได้กลับมาดำเนินการผลิตเต็มกำลัง ในขณะที่อุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่นของน้ำมันดีเซลและส่วนต่างราคาก๊าซโซลีนที่แข็งแกร่งช่วยหนุนค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ขึ้น15% YoY และ 17% QoQ มาอยู่ที่ 7.2 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/58 จนถึงปัจจุบัน ทางด้านส่วนต่างราคา HDPE ตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/58 จนถึงปัจจุบันอ่อนตัวลง 5% QoQ มาอยู่ที่ 736 เหรียญต่อตัน ในขณะที่ส่วนต่างราคา PX แข็งแกร่งขึ้น 1% QoQ มาอยู่ที่ 401 เหรียญต่อตัน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลง 45 มาอยู่ที่ 24,529 ล้านบาทเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายพิเศษในช่วงไตรมาส 3/58 เราคาดว่าตลาดจะปรับตัวเลขดังกล่าวตามเรา
คำแนะนำ
ในมุมมองของเรา ผลประกอบการไตรมาส 3/58 ที่อ่อนตัวได้ผ่านไปแล้ว ในขณะที่ราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากอุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่น พร้อมทั้งผลประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 4/58 เป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี ทั้งนี้ PTTGC มีมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจ อยู่ในระดับ PER ณ สิ้นปี 2559 ที่ 7.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 10.5 เท่า อยู่หนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน









