วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

3Q58 รายงานกำไรสูงกว่าคาดที่ 432 ล้านบาท 204%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- 3Q58 รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14%YoY แต่ลดลง 84%QoQ : BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 432 ล้านบาทซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบต่ำกว่าที่คาดไว้เป็นผลจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงกว่า 7%QoQ โดยธุรกิจต่างๆ มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1) ธุรกิจโรงกลั่น ใช้กำลังการกลั่นเฉลี่ย 116.7 บาร์เรลต่อวันเพิ่มขึ้น 4% QoQ ขณะที่ค่าการกลั่นปรับตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า 24% มาอยู่ที่ 7.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากภาวะล้นตลาดในผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันเตา 2) ธุรกิจสถานีจำหน่ายน้ำมัน ยอดจำหน่ายปรับตัวลง 9%QoQ จากปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ขณะที่อัตรากำไรใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 0.70 บาทต่อลิตร 3) ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าลดลงเนื่องจากเข้าฤดูฝนทำให้ความเข้มแสงลดลง 4) ธุรกิจผลิตและสำรวจ บริษัท Nido ปริมาณการผลิตยังทรงตัวที่ 3.4 พันบาร์เรลต่อวัน แต่รายได้ลดลงกว่า 56% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด

- แหล่งน้ำมัน Galoc ของบริษัท Nido ค้นพบทรัพยากรเพิ่มเติม : แหล่งผลิตน้ำมัน Galoc ซึ่งบริษัท Nido (BCP ถือหุ้นอยู่ประมาณ 81.4%)ลงทุนอยู่ประมาณ 55% มีการค้นพบปริมาณทรัพยากรที่อาจผลิตได้เพิ่มเติม(Contingent Resources : 2C) ส่งผลให้มีปริมาณ 2C เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวสู่ 9.5 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ไม่มีการด้อยค่าในสินทรัพย์แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลง แต่มีโอกาสผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้มูลค่าแหล่งผลิตไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

- คาดส่ง BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3Q59 : บมจ. บีซีพีจี (BCPG) (ซึ่ง BCP ถือหุ้นอยู่ 100% และหลัง IPO จะถือหุ้นเหลือ 70%) ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดย BCPG จะเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ BCP ถือในปัจจุบัน และพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3 ปี 59 ซึ่งเรามีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าวเนื่องจากจะเป็นการเพิ่ม wealth ของ BCP ในอนาคต

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 42 บาท : กำไร 9 เดือนคิดเป็น 86% ของประมาณการณ์ โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 58 จาก 4,940 ล้านบาทเป็น 5,568 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11% เพราะเรามีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ที่ค่าการกลั่นเริ่มฟื้นตัวตาม Spread น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานที่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว และคาดว่าราคาน้ำมันดิบเป็นระดับต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 ทำให้ไม่มีรายการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยอิง Prospective PE ที่ 10.5 เท่าได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 42.00 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”