วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 5 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในรอบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาระบุว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. 58 หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังเล็งเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีทิศทางขยายตัว

- ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากการที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ต.ค. 58 ว่าปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 โดยเพิ่มขึ้น 2.85 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 482.8 ล้านบาร์เรล แม้ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จะปรับลดลง 89,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 6.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 34 ก็ตาม อย่างไรก็ดี ตัวเลขการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 48,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 9.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) เปิดเผยว่า อุปสงค์น้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปคคาดว่าจะยังคงถูกกดดันต่อเนื่องอีก 5 ปีข้างหน้า โดยโอเปคตั้งเป้าหมายการส่งออกน้ำมันดิบที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงเล็กน้อยจากปี 58 และจะคงการส่งออกที่ระดับนี้จนกระทั้งปี 62 เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด

+ ดัชนีภาคบริการ (Caixin Services PMI) ของจีนในเดือน ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 50.5 มาอยู่ที่ระดับ 52.0 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 50 จุด สะท้อนให้เห็นว่าภาคการบริการของจีนมีการขยายตัวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่หนุนราคาน้ำมันดิบไม่ให้ปรับลดลงมากนัก เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีอุปสงค์น้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เริ่มอ่อนตัวลง ประกอบกับ อุปทานมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นน้ำมันดิบหลายแห่งกลับมาดำเนินการผลิตาอีกครั้งหลังจากการปิดซ่อมบำรุงในช่วงเดือน ต.ค.

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปสงค์น้ำมันดีเซลในประเทศซาอุดิอาระเบีย เวียดนาม และแอฟริกาตะวันตก ขณะที่โรงกลั่นบางแห่งในเวียดนามยังคงปิดซ่อมบำรุง ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดีเซลให้ปรับตัวดีขึ้น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. ยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ การกำหนดเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอีก 5 ข้างหน้าที่ร้อยละ 6.5 สร้างความกังวลต่อนักลงทุนอย่างมากว่ารัฐบาลอาจจะไม่มีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าเศรษฐกิจเพิ่มจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 และคาดว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่ามากขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวมากขึ้น สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของจีนลดลง

- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 23 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐบางส่วนได้ชะลอการผลิตลง  

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังการประชุมระหว่างกลุ่มโอเปคและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ทื่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ผู้ผลิตทั้งกลุ่มโอเปคและรัสเซียยังคงปริมาณการผลิตอยู่ในระดับสูง

                                                -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999