กำไร3Q58ที่ลดลง 26%YoY และ 19%QoQ ดีกว่าคาด 5%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- แม้ประกาศกำไร 3Q58ลดลง26%YoY 19%QoQแต่ดีกว่าคาด 5%: TISCO แจ้งกำไร 3Q58 เท่ากับ 810 ล้านบาทลดลง26%YoY และ 19%QoQแต่ดีกว่าคาดการณ์ของฝ่ายวิจัย 5% และดีกว่าค่าเฉลี่ย consensus 19%แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญสูงกว่าคาด 12% แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงมากกว่าคาดโดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) เพียง 24% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 27% นอกจากนี้ต้นทุนการเงินที่ลดลงทำให้ spread ปรับดีขึ้นเป็น 4.1% จาก 3.7% ใน 2Q58 และ 3.4% ใน 2Q57 ประกอบกับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ยังเติบโตดีจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ รายได้ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระคืนสินเชื่อก่อนครบกำหนด และรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุน ทั้งนี้ กำไร 9M58 อยู่ที่ 3,006 ล้านบาททรงตัว YoY คิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี และฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ตามเดิมที่ 3.9 พันล้านบาทซึ่งหดตัว 6%YoY
- สินเชื่อปลาย 3Q58 หดตัว 9.6% จากปลายปี 57: ปลายเดือนก.ย.58 มียอดสินเชื่อ2.4 แสนล้านบาทลดลง 4.8% จากไตรมาสที่แล้วเมื่อเทียบกับปลายปี 57 ลดลง 9.6%จากการตัดหนี้สญของ SSI UK หลังตั้งสำรองเต็ม 100% ตามเกณฑ์ของธปท. ประกอบกับสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังหดตัวตามภาวะตลาดรถยนต์ที่ยังไม่ฟื้นหลังจากสิ้นสุดมาตรการรถคันแรก ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดชั้นลูกหนี้กลุ่ม SSI จำนวน 821 ล้านบาททำให้อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจาก 2.86% เป็น 3.3%ทั้งนี้ NPL ที่เกิดใหม่จากสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อกลุ่มผู้ประกอบการ SME เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วแสดงถึงสัญญาณคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มดีขึ้น
- คงคำแนะนำ“ซื้อ”ราคาเหมาะสมปี 58 เท่ากับ 45 บาท: TISCO ยังมีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ ปลาย 3Q58 อยู่ที่เกือบ 18% และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 13.88%ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดรถยนต์และตลาดสินเชื่อเช่าซื้อที่จะเริ่มฟื้นตัวในปีหน้าจะเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานในปี 59 โดยคาดกำไรปี 59 จะพลิกเติบโตราว 7% เป็น 4.3 พันล้านบาทราคาเหมาะสมซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.3 เท่าอยู่ที่ 45 บาทสำหรับปี 58 และ 48 บาทสำหรับปี 59 ยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดอัตราเงินปันผลปี 58 ที่ราว 1.99 บาทใกล้เคียงกับ ปี 57 ที่ 2 บาท คำนวณyield ได้ 5.4% ซึ่งอยู่ในระดับน่าสนใจทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ“ซื้อ”









