วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พักฐานอีกวัน

ขายทำกำไรหากดัชนีอยู่เหนือ 1400 จุด เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : พักฐานอีกวัน

เราคาดตลาดไทยวันนี้จะผันผวนเชิงลบ มีโอกาสทดสอบแนวรับที่ 1390 โดยมีปัจจัยกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในเชิงลบ อย่างเช่น ตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ย่อลงแรงเมื่อวานนี้ แต่ตลาดไทยกลับปรับลงไม่มาก วันนี้จึงอาจมีแรงขายเพิ่มเติม เนื่องจากตลาดไทยยังคงมี valuation ที่แพงกว่าตลาดเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่อ่อนแอในช่วงนี้กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน และนักลงทุนยังคงกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว บวกกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐรายงานออกมาต่ำกว่าตลาดคาดบ้างแล้ว จึงกดดัน sentiment โดยรวมในวันนี้ อย่างไรก็ตาม บริเวณแนวรับ 1390 น่าจะเอาอยู่ชั่วคราว เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาลยังคงช่วยหนุนหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาฯ และแบงก์ ให้ไม่ปรับลงมากในช่วงนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1390/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : ขายทำกำไรหากดัชนีอยู่เหนือ 1400 จุด เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

นักลงทุนระยะสั้น : NUSA (1.50) , CSS (6.20)

NUSA (1.50) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันถือว่ายังถูกอยู่ในแง่ของ price to book แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม

CSS (6.20) ประกอบธุรกิจออกแบบและติดตั้งเสาแดงและอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ลูกค้าหลักก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสื่อสาร อย่างเช่น TRUE และ DTAC ราคาหุ้นเคยขึ้นจาก 6 บาทไป 8 บาทช่วงต้นปี แล้วก็ไหลลงมาเรื่อยๆจนปัจจุบันเหลือ 5 บาทต้นๆ เพราะบริษัทประกาศยกเลิกการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า solar farm ที่ญี่ปุ่น บวกกับนักลงทุนเริ่มกังวลกันเรื่องที่บริษัทยังไม่มีงาน Backlog ที่ชัดเจนรอไว้สำหรับปีหน้าถึงแม้ว่าปีนี้จะมีรายได้และกำไรเติบโตดีก็ตาม กลยุทธ์สำหรับหุ้นตัวนี้เรามองว่า ใครที่ติดอยู่ต่ำกว่า 6 บาท อุ่นใจได้ ถือต่อและควรซื้อต่อถ้าเห็นต่ำกว่า 5 บาทอีก ภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้เห็นกลับขึ้นไป 6 บาทได้เพราะ 1)ไตรมาส 4 ปกติและจะเป็น High season ของธุรกิจสื่อสาร ทำให้น่าจะมีงานใหม่เป็น Backlog มาเพิ่มสำหรับปีหน้า 2)การประมูล 4G จะช่วยเสริม sentiment กลุ่มสื่อสารให้เป็นบวก แต่ถ้าเห็น 6 บาทภายในสิ้นปีนี้ อย่าโลภนะครับ ต้องขาย เพราะ CSS-W1 จะหมดอายุในเดือน มี.ค.59 (120 ล้านหุ้น) 1:1.201 หุ้น ราคาใช้สิทธิ์ 1.249 บาท สรุปคือถ้าเห็น CSS ต่ำกว่า 5 บาท ซื้อ เห็น 6 บาท เผ่นครับ


นักลงทุนระยะยาว : BDMS (25.50), TVO (33.75)

BDMS (25.50) โดยขณะนี้ BDMS มีราคาถูกที่สุดและ upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 30% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 6 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 30% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี

TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ครม. ไฟเขียวมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าโอน-จำนองเหลือ 0.01% พร้อมหักลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี ตีกรอบ "บ้านหลังแรก-ห้ามโอนใน5ปี" ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท คาดสูญรายได้ 16,000 ล้าน ด้านแบงก์คาดดันยอดโอนพุ่งแตะ 5 แสนล้านใน 6 เดือน ขณะเอกชนคาดส่งผลอสังหาฯปีนี้โต 10-13%

+ ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% เป็นการถาวร "อภิศักดิ์" ชี้สร้างความมั่นใจให้นักธุรกิจ-นักลงทุน พร้อมเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนกิจการร่วมลงทุน ยกเว้นภาษีนิติบุคคล-เงินปันผลรวม 10 ปี ขณะเอกชนมั่นใจแข่งขันได้ในอาเซียน เชื่อจูงใจมากพอ

+ กสทช. มั่นใจ 4 จีปูพรมพร้อมให้บริการต้นปีหน้า หลังแจกไลเซ่นภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ ยันค่าบริการทั้งเสียง-ดาต้าต้องถูกลงกว่าปัจจุบันทุกแพ็คเกจ อัดฉีดเงินเข้าระบบ 1.6 แสนล้านบาททันทีที่เอกชนลงทุนขยายโครงข่าย ล่าสุดบอร์ดอนุมัติวันประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ 12 พ.ย. หลังประมูล 1800 หนึ่งวัน พร้อมส่งหนังสือแจ้งกรอบวันประมูลที่แน่นอนให้ ครม.รับทราบ

+ เอกชน 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ใน 5 จังหวัด เฟสแรกแห่ขอข้อมูลสำรวจพื้นที่ สนลงทุนโลจิสติกส์-เมืองใหม่ แต่ไม่ฟันธงลงทุน เหตุรอความชัดเจนมาตรการรัฐ ประกาศผังเมืองใหม่รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ เหตุผังเมืองเดิมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียว ห้ามผุดโรงงานอุตสาหกรรม

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,081.89 จุด ลดลง 49.97 จุด หรือ -0.29%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) หลังจากทางการจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าที่ซบเซา รวมถึงยอดการนำเข้าที่ร่วงลงอย่างหนักในเดือนก.ย. ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน

- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 28.90 จุด หรือ 0.45% ที่ 6,342.28 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับลงเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) เนื่องจากข้อมูลการค้าจีนที่น่าผิดหวังได้ตอกย้ำถึงความวิตกเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และได้กดดันหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 203.93 จุด หรือ 1.11% แตะที่ 18,234.74 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง เนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการนำเข้าของจีนร่วงลงในเดือนก.ย. ขณะเดียวกัน นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูปัจจัยชี้นำใหม่ๆที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเวลาต่อไปของสัปดาห์

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน พ.ย.ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 46.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) หลังจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกจะยังคงประสบกับภาวะน้ำมันล้นตลาดจนถึงปีหน้า