วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MINT- ซื้อ

ประเด็นหลักจากโรดโชว์

ประเด็นการลงทุน

เราเชิญผู้บริหารของ MINT เข้าร่วมโรดโชว์สำหรับนักลงทุนสถาบันในสิงคโปร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อการพลิกฟื้นของผลการดำเนินงานล่าสุดที่ผานมาอย่างมาก และเห็นถึงโอกาสในการปรับเพิ่มของผลประกอบการในอนาคตจากความน่าจะเป็นสูงในการเข้าซื้อกิจการ Tivoli ทั้งหมดได้สำเร็จในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทำให้เรายังคงชื่นชอบ MINT จากแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 และสำหรับปี 2559 (เราคาดกำไรหลักเติบโต 13% YoY และ 17% QoQ ในไตรมาส 3/58 และเพิ่มขึ้น 55% YoY และ 126% QoQ ในไตรมาส 4/57) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายกันที่ค่า PER ต่ำที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่เราให้คำแนะนำ โดยเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 (คิดด้วยวิธีคิดลดเงินสด) ที่ 36 บาท ให้ส่วนลดจากมูลค่าเงินสด 5% (สมมติฐาน WACC เท่ากับ 8.5% และ terminal growth rate เท่ากับ 2%)

ตกใจเชิงบวกจากการฟื้นของผลการดำเนินงานล่าสุด

MINT ชี้ให้เห็นถึงตัวเลขจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอาหารในไตรมาส 3/2558 โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักในธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 3/2558 คาดเพิ่มขึ้น 29% YoY สำหรับโรงแรมต่างจังหวัดในประเทศไทย โดยเพิ่มขึ้น 40% YoY สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา และพลิกฟื้นจากติดลบเป็นเพิ่มขึ้น 18% YoY สำหรับโรงแรมในมัลดีฟว์ (เทียบกับการลดลง 14% YoY ในครึ่งแรกของปี 2558) และเติบโต 4% YoY สำหรับ Oaks ในรูปของเงินสกุลออสเตรเลีย (AUD) ทั้งน้ยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารในไทยพลิกฟั้นจากติดลบในไตรมาสก่อนกลับมาอยู่ที่เติบโต 1.8% YoY ในเดือนก.ค.-ส.ค. (เทียบกับหดตัว 0.4% YoY ในไตรมาส 2/2558) การเปิดตัวร้านอาหาร Thai Express 2 แห่งในสิงคโปร์หลังปิดปรับปรุง หนุนให้อัตราการเข้าใช้บริการเติบโตขึ้น 10% จากก่อนหน้านั้น (อีก 5 สาขาที่อยู่ระหว่างปรับปรุงคาดเปิดตัวได้ไตรมาส 4/2558) นอกจากนี้ MINT ยังคาดว่าบริษัทน่าจะสามารถขายอสังหาฯโครงการอนันตราภูเก็ตลายันได้ 3 หลัง ในไตรมาส 4/2558 ได้อีกด้วย

การเข้าซื้อ Tivoli เต็มรูปแบบหนุนโอกาสปรับประมาณการเพิ่มขึ้น

MINT วางแผนที่จะเข้าซื้อโรงแรมอีก 7 แห่งที่เหลือของ Tivoli ในโปรตุเกส ภายในสิ้นปี 2558 นี้หลังจากบริษัทได้ซื้อ 6 โรงแรมในเครือ Tivoli ไปแล้วในไตรมาส 1/2558 (2 แห่งในบราซิลและ 4 แห่งในโปรตุเกส) และโรงแรม Tivoli Oriente ในวันที่ 1 ต.ค. ที่ผานมา โดยราคาเข้าซื้อกิจการค่อนข้างถูกที่สัดส่วน EV/EBITDA ต่ำกว่า 10 เท่า ทั้งนี้การหากการเข้าซื้อกิจการที่เหลืออีก 7 แห่งเสร็จสิ้น จะทำให้ MINT มีอำนาจในการเข้าไปดำเนินงานโรงแรมในเครือ Tivoli อย่างสมบูรณ์

ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสรับรู้รายได้ต่อปีเต็มจำนวนถึงประมาณ 85 ล้านยูโร (13% ต่อการประมาณการปี 2559) และ EBITDA ส่วนเพิ่มที่ 12 ล้านยูโร (อัพไซด์ 4 % สำหรับปี 2559) ซึ่งจะทำให้มีห้องพักเพิ่มขึ้น 900 ห้อง-ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนห้องพักรวมเพิ่มขึ้น 24% YoY และ 9% HoH ในไตรมาส 4/2558

ยืนยันการเติบโตที่มีเสถียรภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า

กลยุทธ์ในอีก 5 ปีข้างหน้าของบริษัทคือ อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย 15-20% ต่อปีและมีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนอย่างน้อย 15% โดยมีเป้าหมายอัตราการเติบโตของรายได้ขั้นต่ำ 10% แต่มีอัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นประโยชน์ของ operating leverage ทั้งนี้โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ติดกับโรงแรมยังคงเป็นธุรกิจหลักอีกหนึ่งประเภทที่จะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทให้รวดเร็วและมากขึ้นได้ โดยโครงการในปัจจุบันที่มีแน่นอนแล้วได้แก่ อนันตราภูเก็ตลายัน อนันตราเชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ และ Maputo ทั้งนี้บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการซึ่งเป็นอีกเป็นปัยจัในการหนุนการเติบโตของกิจการอย่างต่อเนื่อง

งบดุลแข็งแกร่ง-ไม่มีความเสี่ยงจากการเพิ่มทุน

ทั้งนี้นักลงทุนต่างมีคำถามถึงแหล่งที่มาของเงินลงทุนในระยะกลางและระยะยาว--บริษัทวางแผนที่จะจัดการกับงบดุลของบริษัทอย่างไรท่ามกลางกลยุทธ์ในการขยายตัวเชิงรุก โดยบริษัทชี้แจงว่าการจัดการกระแสเงินสดภายในและการกู้ยืมจะเป็นทางเลือกแรกในการจัดหาเงินทุน ทั้งนี้สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งมากโดยไม่จำเป็นต้องมีการเพิ่มทุน จากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อเงินทุนสุทธิล่าสุดอยู่ที่ 1.2 เท่า เทียบกับ 1.3 เท่า ที่เป็นนโยบายภายในบริษัท และยังต่ำต่ำกว่าเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงินที่ 1.75 เท่ามาก