ค่าการกลั่นฟื้นตัว
ค่าการกลั่นส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
ช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นสิงค์โปร์ปรับเพิ่มต่อเนื่อง โดยในเดือน ต.ค.อยู่ที่ 7.8 เหรียญฯต่อบาร์เรลจาก 5.7 เหรียญฯต่อบาร์เรลในเดือน ส.ค. และ 7.7 เหรียญฯต่อบาร์เรลในเดือน ก.ย. เรามองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก กลุ่มผลิตภัณฑ์ Middle distillate (น้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซล) จากการเข้าสู่ฤดูหนาวและฤดูท่องเที่ยวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนและน้ำมันอากาศยานขณะที่กลุ่มน้ำมัน Light distillate โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินยังมี Crack Spread ทรงตัวในระดับสูงแม้จะผ่านช่วง Driving Season ในสหรัฐฯและเทศกาลรอมฎอนที่มีความต้องการใช้น้ำมันเบนซินสูงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ต่ำต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้อีกทั้งกำลังกลั่นใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนการผลิตน้ำมัน Middle distillate เป็นหลักขณะที่ยังมีโรงกลั่นเข้า Maintenance ระหว่างเดือน ก.ย. – ต.ค.กว่า 2 – 3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันจะกลับมาในช่วงปลายปี
ใน 3Q58 ราคาน้ำมันปรับลดลงกว่า 16.8 เหรียญต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยหลักกระทบฉุดผลประกอบการ 3Q58 ของกลุ่มธุรกิจการกลั่น จากการรับรู้ Stock Lossจำนวนมาก) อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่า ราคาปิดของน้ำมันดิบณ สิ้น 3Q58 ที่ระดับ 44 เหรียญต่อบาร์เรลที่ลดลง 28%QoQเป็นDownside ของราคาน้ำมันแล้ว ขณะที่ปกติในช่วงปลายปีจะเข้าสู่ High Season ของความต้องการใช้น้ำมัน ทำให้ลดโอกาสในการรับรู้ Stock Loss ในช่วง 4Q58
ความเสี่ยงมีเพียง 3Q58 ที่อ่อนแอ
ผลประกอบการ 3Q58 จะได้รับผลกระทบจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ค่าการกลั่นพื้นฐานลดลง จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Middle Distillate ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของโรงกลั่นในประเทศ มี Spread margin ลดลงกว่า 23%QoQ (2) ราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับลดลง โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์ และราคา HDPE ที่ปรับลดลงตามทิศทางของราคาน้ำมัน (3) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ทำให้เราคาดว่ากลุ่มธุรกิจการกลั่นจะมี Stock Loss จำนวนมาก กดดันผลประกอบการ และเป็นความเสี่ยงปัจจัยเดียวที่มีต่อการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลั่น (Results Preview จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค.) และ (4) ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงกว่า 2.6 บาท
ราคาหุ้นลงมาจนมี Upsideสูง ปรับน้ำหนักเป็น “Neutral”
เราปรับน้ำหนักการลงทุนของกลุ่ม Refinery เป็น Neutralจาก Underweight แม้จะมีความเสี่ยงในระยะสั้นจากผลประกอบการ 3Q58 ที่อ่อนแอ แต่เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อการฟื้นตัวของค่าการกลั่นในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่เรามองว่า TOP และ PTTGC เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมุมมองเชิงบวกที่มีต่อราคาน้ำมัน และทิศทางของค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของราคา HDPE (ผลิตภัณฑ์หลักของ PTTGC)








