วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB - ซื้อ

ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 9% ทำให้คาดกำไรหดตัวจากปี 57

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- แนวโน้มกำไร 3Q58 ลดลง YoY และ QoQ จากผลกระทบลูกหนี้กลุ่ม SSI : กรณีที่ลูกหนี้กลุ่ม SSI ประกาศหยุดผลิตโรงงานถลุงเหล็กที่อังกฤษทำให้ SCB มีแผนตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมอีกราว 1-1.1 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการจัดการเพื่อลดผลกระทบด้วยการขายเงินลงทุนในพอร์ตซึ่งผู้บริหารได้ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างกำไรราว 7 – 8 พันล้านบาท ด้วยสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเท่ากับ 1.45 หมื่นล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไร 3Q58 ราว 1.06 หมื่นล้านบาท ลดลง 22%YoY และ 21%QoQ

- ปรับลดเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 58 จากเดิม 5-7% เป็น 2.5-3% : ปลายเดือนส.ค. 58 มียอดสินเชื่อสุทธิราว 1.7 ล้านล้านบาท เติบโตเพียง 1.47% จากปลายปี 57 ซึ่งเป็นไปตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทั้งนี้ผู้บริหารได้ปรับลดเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 58 เหลือ 2.5 – 3% จากเดิม 5-7% ด้านคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลงตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมปลาย 3Q58 น่าจะเกินกรอบบนที่ 2.3% เป็นการชั่วคราวจากผลกระทบของหนี้กลุ่ม SSI จำนวนราว 2.2 หมื่นล้านบาทที่กลายเป็น NPL

- ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 9% ทำให้กำไรมีแนวโน้มหดตัวจากปี 57 : จากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งผู้บริหารชี้แจงว่าจะเกิดขึ้นครั้งเดียวทำให้สมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 62% เป็น 3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ลดลง 9% เหลือ 4.8 หมื่นล้านบาท หดตัว 10% จากปี 57

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 166 บาทจากเดิม 202 บาท : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเห็นผลดีชัดเจนในปี 59 แม้มีผลกระทบจาก NPL อย่างหนักในไตรมาส 3 แต่ไม่น่าเป็นห่วงเรื่องเพิ่มทุน รวมทั้งราคาหุ้นได้ปรับลงรับข่าวร้ายไปเยอะแล้ว อย่างไรก็ดี ตัวเลขกำไรที่ลดลงส่งผลกระทบให้ ROE ลดลง และทำให้สมมติฐานด้าน Prospect P/BV ลดเหลือ 1.8 เท่าจากเดิม 2.1 เท่า ที่ Ke 10% ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ลดเหลือ 166 บาทจากเดิม 202 บาทสูงกว่าราคาปิดล่าสุด คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาว