ถือเงินสด (หลังจากที่แนะให้ตัดขาดทุนหากดัชนีฯ ต่ำกว่า 1360 จุด ลงมา)
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง เข้าสู่ช่วงปรับฐานรอบใหม่ แนะนำ ถือเงินสด รอตลาดหาจุด bottom
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลงต่อ แนวรับ 1347/1334 จุด แนวต้าน 1360/1370 จุด หลังวานนี้ดัชนีฯ ปรับลงหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคบริเวณ 1360 จุดลงมา ทำให้แนวโน้มระยะสั้นกลับมาเข้าสู่การปรับฐานรอบใหม่ (คาดจะลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1300/1292 จุด เป็นอย่างน้อย) และอาจมีแรงขายทางเทคนิคตามมาส่วนปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ถูกกดดันจากทั้งภายในและนอกประเทศ หลังวานนี้ไทยรายงานตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค. หดตัวกว่าคาดที่ 6.69% ด้านปัจจัยต่างประเทศนักลงทุนกังวลการเติบโตเศรษฐกิจจีนต่อเนื่อง หลัง
จีนรายงานกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีน ลดลง 8.8% ในเดือนส.ค.
กลยุทธ์ แนะนำ ถือเงินสด (หลังจากที่แนะให้ตัดขาดทุนหากดัชนีฯ ต่ำกว่า 1360 จุดลงมา) อิงมุมมองดัชนีฯ มีโอกาสปรับลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิม 1300/1292 จุด หรือกรณีเลวร้ายอาจมี new low
ปัจจัยต่างประเทศ
นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจจีนเพิ่มขึ้น หลังวานนี้จีนรายงานตัวเลขกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีน ลดลง -8.8%YoY ในเดือน ส.ค. หดตัวมากกว่าเดือน ก.ค. ที่ -2.9% ส่งผลกระทบนักลงทุนมีความกังวลมาขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน และส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเราคาดว่าประเด็นเศรษฐกิจและฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีน จะยังเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะต่อไป
ประธานเฟดสาขาต่างๆ ยังเห็นต่างเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยประธานเฟดสาขานิวยอร์ก นายวิลเลียม ดัดลีย์ กล่าววานนี้ว่าเขาเชื่อว่าเฟดจะยุติการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นความเห็นที่สอดคล้องกับประธานเฟด นางเจเน็ต เยลเลนที่ให้ไว้ในสัปดาห์ก่อน แต่สวนทางกับประธานเฟดสาขาชิคาโก นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ที่แสดงความเห็นว่า เฟดควรตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับ 0% เป็นเวลานานกว่าที่วางแผนไว้ ทั้งนี้ เรามีความเห็นว่าท่าทีของประธานเฟดแต่ละสาขาที่ยังสวนทางกัน จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดและไม่เป็นผลดี อย่างไรด็ เรายังคงมุมมองว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ และคาดตลาดหุ้นไทยจะตอบรับเชิงลบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ปัจจัยในประเทศ
ส่งออกเดือน ส.ค. หดตัวมากกว่าคาด วานนี้ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยมูลค่าการส่งออกไทยเดือน ส.ค.58 มีมูลค่า 17,669 ล้านดอลลาร์ ลดลง -6.69% โดยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ขณะที่การนำเข้าเดือน ส.ค. 58 มีมูลค่า 16,948 ล้านดอลลาร์ ลดลง -4.77% ส่งผลให้ดุลการค้า เกินดุล 721 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งการส่งออกและนำเข้าหดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว -3.1% และ -3.5% ตามลำดับ โดยสาเหตุหลักยังมาจากราคาสินค้าเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันที่ราคายังคงตกต่ำ
การหดตัวของการส่งออก ตอกย้ำภาพเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ยังอ่อนแอกว่าคาด โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วธปท. เพิ่งมีการปรับลดเป้าจีดีพีปีนี้ลงเหลือ 2.7% จากเดิมคาด 3.0% (ใกล้เคียงกับที่เราคาดที่ 2.6%) โดยเราคาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลจะเห็นผลชัดเจนในปีหน้ามากกว่า ทำให้ในช่วงที่เหลือของปีไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ๆ เข้ามาช่วยพยุงตลาดหุ้น (ยกเว้นเม็ดเงิน LTF และ RMF ที่คาดเข้ามามากในช่วงเดือน ธ.ค.)
ปัจจัยด้านเทคนิค ระยะสั้นกลับมาเป็นขาลงรอบใหม่ หลังวานนี้หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1360 จุดลงมา (เส้นค่าเฉลี่ย SMA ระยะ 50 เดือน และ 62% ของกรอบ Fibonacci ของรอบการรีบาวด์ล่าสุด) ประกอบกับ การซื้อขายระหว่างวันดัชนีฯ ไม่มีสัญญาณของการรีบาวด์ย่อย ส่งผลแนวโน้มอ่อนแอชัดเจน มีโอกาสกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิม บริเวณ 1300/1292 จุด เป็นอย่างน้อย หรือในกรณีเลวร้ายอาจต้องถอยลงไปสร้างฐานใหม่บริเวณแนวรับเส้น SMA ระยะ 75 เดือนที่บริเวณ 1200-1230 จุด









