วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวน กรอบแคบๆ

ลดพอร์ต (ถือหุ้น< 50%) และขายตัดขาดทุน หากดัชนีต่ำกว่า 1360 จุดลงมา

Market Outlook

คาดดัชนีฯ แกว่งผันผวนในกรอบแคบ คงคำแนะนำ ลดพอร์ตเหลือน้อยกว่า 50% ของพอร์ต และตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1360 จุด

คาดดัชนีฯ วันนี้ ผันผวนในกรอบแคบระหว่าง 1360-1380 จุด โดยอาจเห็นการดีดตัวขึ้นได้ในช่วงเช้า แต่คาดอัพไซต์ยังจำกัด หลังวานนี้ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์ยืนยันมุมมองเฟด ว่าน่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ และจะปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหลังจากนั้น (ส่งผลค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และ ดัชนี Dow Jones Futures เช้านี้ปรับสูงขึ้น) เนื่องจากนักลงทุนมองว่า เฟดประเมินเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งพอที่จะรองรับการปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับท่าทีที่ชัดเจนของเฟดช่วยลดความไม่แน่นอนและความผันผวนในตลาด โดยวันนี้นักลงทุนจับตาการรายงานตัวเลขจีดีพี 2Q58 สหรัฐ ด้านปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทกลับมาทิศทางอ่อนค่า ซึ่งคาดจะกระตุ้นแรงขายนักลงทุนต่างชาติรอบใหม่ และจำกัดอัพไซด์ของดัชนีฯ

กลยุทธ์ แนะนำ ลดพอร์ต (ถือหุ้น< 50%) และขายตัดขาดทุน หากดัชนีต่ำกว่า 1360 จุดลงมา

ปัจจัยต่างประเทศ

ประธานเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ วานนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองแอมเฮิร์สท์ รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยได้พูดถึงนโยบายการเงินว่า “คณะกรรมการ FOMC ส่วนใหญ่รวมถึงตัวฉันเอง คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และตามด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปหลังจากนั้น” โดยประธานเฟดมีมุมมองบวกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดแรงงาน และกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อว่า เมื่อเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะจ้างงานเต็มที่ และ shock ต่างๆ ได้หมดไป อัตราเงินเฟ้อจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าระดับก่อนวิกฤติที่เฉลี่ย 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด เนื่องจากเงินเฟ้อที่ตกต่ำมาจากผลของราคาน้ำมันดิบที่ดอลลาร์ที่แข็งค่าเป็นหลัก

หลังคำกล่าวของประธานเฟด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาทิศทางแข็งค่าขึ้น และตลาด Futures ของหุ้นสหรัฐอยู่ในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนตอบรับกับมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐของเฟด และท่าทีที่ชัดเจนช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาด อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายต่างเห็นตรงกันว่าตลาดยังไม่น่าปรับตัวขึ้นแรงจากคำกล่าวของประธานเฟด

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย เราคาดว่าแม้คำกล่าวเฟดจะช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาด แต่ทิศทางดอลลาร์ที่แข็งค่าจะกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า และกระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงคาดแม้วันนี้อาจเห็นการดีดตัวขึ้นตามตลาด Futures ของสหรัฐ แต่อัพไซต์น่าจะยังจำกัด ขณะที่เราคงมุมมองระยะ 1-3 เดือน ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทย อิงจากสถิติที่ผ่านมาดัชนี SET มีความสัมพันธ์เชิงลบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (ดูรูปประกอบในเล่ม) ประกอบกับ ในการปรับ
ขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้เฟด ต้องมีการดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินจากการทำ QE ควบคู่ไปกับการขึ้นดอกเบี้ย เราจึงคาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่ขณะนี้มีปัญหาเรื่องค่าเงินอ่อนค่ามากในหลายประเทศ รวมถึงไทย

ปัจจัยในประเทศ

จับตามาตรการช่วยภัยแล้งเพิ่มเติม โดย รมว. คลังเผยคาดได้ข้อสรุปใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมาตรการที่จะออกมานั้น จะเป็นรูปแบบการบูรณาการที่มีทั้งมาตรการยืดเวลาชำระหนี้ พักหนี้ สนับสนุนวงเงินช่วยเหลือ เป็นต้น

สัญญาณทางเทคนิค : ระยะกลาง ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ส่วนระยะสั้นโมเมนตัมบวกอ่อนแรงลงหลังดัชนีปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น (5,10, 25 วัน) และทดสอบแนวต้านบริเวณ 1400 จุด หลายรอบแต่ไม่ผ่าน โดยสัญญาณจะกลับมาเป็นลบหากดัชนีปรับลงต่ำกว่าระดับ 1360 จุดลงมา และอาจลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1300-1292 จุด ส่วนกรณีเลวร้ายอาจถอยไปตั้งฐานใหม่บริเวณ 1200-1240 จุด