คาดหวังการฟื้นตัวระยะสั้น
SET View
- แนวโน้ม การที่ SET พยุงตัวยืนเหนือแนวรับ 1370 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน) ต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้ SET มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ในวันนี้ โดยมีแนวต้าน 1380 จุด
ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ
• SCB ทำรายการ Big lot ขายหุ้น SCC ทั้งหมดที่ถืออยู่ 9.09 ล้านหุ้น ให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีราคาขายเท่ากับ 491.76 บาท/หุ้น (สูงกว่าราคาปิดในกระดานวานนี้ 3.3%) ทำให้ทาง SCB ได้รับเงินจากการทำรายการดังกล่าว 4.47 พันล้านบาท จุดประสงค์หลักคือ นำเงินที่ได้จากการขายไปชดเชยการตั้งสำรองกรณี SSI เรามองว่า การขายดังกล่าวเสร็จสิ้นไปแล้ว และเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นเท่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อพื้นฐานกิจการของ SCC ทำให้เราเชื่อว่า ราคาหุ้น SCC มีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป
• ประธาน Fed ส่งสัญญาณชัดเจนว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ถ้าอัตราเงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯยังแข็งแกร่งตามที่คาด และคาดว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะไม่สร้างความปั่นป่วนต่อภาวะเศรษฐกิจและการเงินของโลก ทั้งนี้ วันนี้ สหรัฐฯจะรายงาน GDP 2Q58 รอบสุดท้าย ตลาดคาดเติบโต 3.7% ไม่เปลี่ยนแปลงจากการประกาศในครั้งก่อนหน้า
• วันนี้ ติดตามการปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากเดิมที่คาดโต 3% เราเชื่อว่า หากคาดการณ์ใหม่ของ GDP ไม่ต่ำกว่า Bloomberg consensus ที่ 2.8% อย่างมีนัย ตลาดไม่น่าจะมองเป็นลบต่อประเด็นนี้
กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรระยะสั้น
- Top Daily Pick : LPN (มูลค่าเหมาะสม 20.50 บาท) คาดได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯของภาครัฐที่จะออกมาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า, คาดกำไร 3Q58 เติบโตโดดเด่นสุดในปีนี้และ SAMTEL (มูลค่าเหมาะสม 23 บาท) คาดแนวโน้มกำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยใน 2H58 จากงานในมือและการประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณ (สิ้นสุดเดือน ก.ย.) คาดภาครัฐจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ
- Technical Pick : CENTEL CHOW RML SAWAD EFORL (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ ซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม (GLOBAL, HMPRO)/ เก็งมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ (PS, LPN, SPALI, SIRI)
Strategy Talk
- กลุ่มอสังหาฯ : น่าสนใจทั้ง Story และ Valaution
• ตั้งแต่ต้นปีนี้ จนถึงปัจจุบัน หุ้นกลุ่มอสังหาฯ (SETPROP) ปรับตัวลดลงถึง 10% แย่กว่า SET ที่ปรับตัวลดลง 8.4% เป็นเพราะภาคอสังหาฯมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างมาก เมื่อมุมมองต่อเศรษฐกิจไม่สดใส (สะท้อนจากการปรับลดเป้าหมาย GDP ไทยอย่างต่อเนื่อง) ทำให้เกิดแรงขายหุ้นกลุ่มอสังหาฯค่อนข้างมาก โดยหุ้นอสังหาฯหลายบริษัทปรับตัวลดลงกว่า 30% เทียบกับจุดสูงสุดช่วงปลายปีที่ผ่านมา
• อย่างไรก็ดี ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หุ้นอสังหาฯ กลับให้ผลตอบแทนชนะ SET (SETPROP +8.7% vs. SET +5.5%) บนความคาดหวังต่อนโยบายภาครัฐที่จะเข้ามาเกื้อหนุนธุรกิจอสังหาฯ และ Valuation ที่ค่อนข้างถูกของหุ้นกลุ่มนี้
• ด้านนโยบายจากภาครัฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะมีข้อสรุปเรื่องมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ในตอนนี้ เราคาดว่า มาตรการใหม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อไม่ว่าจะเป็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง โดยเฉพาะอสังหาฯที่ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อให้การพิจารณาปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเป็นไปด้วยความคล่องตัวมากขึ้น โดยเราคาดว่า ผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนลูกค้าในระดับกลาง-ล่าง มากกว่า 50% คือ PS และ LPN จะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้โดยตรง
• ด้าน Valuation หลังผ่านการปรับฐานครั้งใหญ่ ตอนนี้ค่าเฉลี่ย P/E ratio ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯที่อยู่ใน Coverage ของเรา ต่ำเพียง 9.2 เท่า เทียบกับ P/E ratio ของ SET ที่ 15 เท่า เรามองว่า หุ้นที่น่าสนใจด้าน Valuation ได้แก่ SPALI (P/E ratio 6.9 เท่า, Dividend yield 5.6%), SIRI (P/E ratio 7.6 เท่า, Dividend yield 6.6%), AP (P/E ratio 6.7 เท่า, Dividend yield 5.2%)
• สำหรับ LH เราแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว แม้คาดกำไรปีนี้ลดลง 18% YoY แต่เชื่อว่า ผลประกอบการน่าจะมีทิศทางดีขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ 4Q58 ซึ่งน่าจะได้เห็นการเติบโตโดดเด่นของผลประกอบการ เนื่องจากการเริ่มโอนโครงการคอนโดมิเนียม และการบันทึกกำไรจากการสินทรัพย์เข้ากองทุน REIT ของ Terminal 21 (LHSC) และคาดปีหน้ากำไรของ LH จะกลับมาเติบโต
• ความเสี่ยงในระยะสั้นของหุ้นกลุ่มนี้ คือ ผู้ซื้ออาจชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ









