วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลง สลับรีบาวด์ -ทยอยลดพอร์ต

ลดพอร์ต/ขายตัดขาดทุน หากดัชนีต่ำกว่า 1360 จุดลงมา

Market Outlook

คาดดัชนีฯ ลดลง (สลับรีบาวด์) แม้เฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่การกังวลเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ เพิ่มความเสี่ยงใหม่ต่อสินทรัพย์เสี่ยง แนะนำ ลดพอร์ต

คาดดัชนีฯ วันนี้ ลดลง (สลับรีบาวด์) แนวรับ 1380/1368 จุด แนวต้าน 1392/1400 จุด หลังวานนี้เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาด แต่ประธานเฟดได้แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นต่ออัตราเงินเฟ้อและตลาดบ้านที่ยังอ่อนแอ แม้มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวมจะยังคงฟื้นตัวได้ดี ทั้งนี้ เราคาดว่าความไม่แน่นอนต่อระยะเวลาที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย อิงสัญญาณล่าสุด ยังคงส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ อาจเป็นเดือน ต.ค.หรือ ธ.ค. และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศเกิดใหม่ จะส่งผลให้ Downside ของสินทรัพย์เสี่ยง ปรับสูงขึ้น

กลยุทธ์ แนะนำ ลดพอร์ต/ ขายตัดขาดทุน หากดัชนีต่ำกว่า 1360 จุดลงมา

ปัจจัยต่างประเทศ
เฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 ในการประชุมเมื่อวานนี้ ให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาด แม้ว่าก่อนหน้านี้ผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ครึ่งหนึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบนี้ก็ตาม

โดยเฟดให้เหตุผลหลักๆ ในการตรึงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ ได้แก่ 1) ความกังวลต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ 2) อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าให้อยู่ในระดับต่ำ 3) ภาคบ้านยังอ่อนแออยู่มาก แม้คาดว่าอุปสงค์จะปรับดีขึ้นในอนาคตตามการจ้างงานก็ตาม

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเล็กน้อยวานนี้ หลังจากบวกกว่า 1% หลังทราบผลการประชุม แต่ปรับตัวอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น หลังประธานเฟดกล่าวถ้อยแถลง โดยนักลงทุนบางส่วนมองว่า การที่เฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยบ่งชี้ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่มากขึ้น และท่าทีที่ไม่ชัดเจนของเฟดเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้น

เราคาดว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นโลก โดยคาดว่าวันนี้จะเห็นการขายทำกำไรของนักลงทุนจากที่ช่วงต้นสัปดาห์มีการซื้อเก็งกำไรขึ้นมาในเรื่องของเฟดเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ย (sell on fact) ขณะที่เรายังคงมุมมองว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ 0.125-0.5% ซึ่งสะท้อนจากเจ้าหน้าที่เฟด 13 ใน 17 รายคาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในอนาคตจะยังคงเป็นปัจจับกดดัน upside ของตลาดหุ้นต่อไป นอกจากนี้เราประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับรู้ในส่วนของปัจจัยบวกไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จึงมองว่า ดัชนีมีโอกาสของการปรับลงสูงกว่าปรับขึ้น โดย downside รอบนี้จะอยู่ที่บริเวณ 1292-1300 จุด (กรณีเลวร้ายจะอยู่ที่ 1200-1250 จุด)

ทั้งนี้ ในการประชุมรอบนี้ เฟดได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจกิจปี 2015 และ 206 โดยคาดจีดีพีสหรัฐ โตที่ 2.1% และ 2.3% จากเดิมคาด 1.9% และ 2.5% อัตราว่างงานคาด 5.0% และ 4.8% ลดลงจากเดิมคาด 5.3% และ 5.1% อัตราเงินเฟ้อ คาด 0.4% และ 1.7% จากเดิมคาด 1.3% และ 1.8% และ Fed fund rate (Mid point) ที่
0.375% จากเดิมคาด 0.625% (ลดลง 0.25%) (ดูรูปประกอบในเล่ม)

สัญญาณทางเทคนิค : ระยะกลาง ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ขณะที่ระยะสั้น SET อยู่ในช่วงของการรีบาวด์กรอบ Up Channel 1380-1445 จุด โดยมีแนวต้านย่อยที่ 1418 จุด และ 1434 จุดตามลำดับ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1380/1355 จุด