ผ่อนคลายระยะสั้น
SET View
- แนวโน้ม เราคาดวันนี้ SET จะฟื้นตัวต่อเนื่องและมีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 1400 จุด หลังจาก Fed มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายวานนี้ (ดูหัวข้อ Strategy Talk) อย่างไรก็ดี เรามองการตัดสินใจของ Fed เป็นบวกต่อ SET ในระยะสั้น แต่ในระยะกลางยังมีความไม่แน่นอนสูงและจะกลับมากังวลต่อประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อีกครั้งในการประชุมที่เหลือของปีนี้ (เหลืออีก 2 ครั้งในเดือนต.ค. และ ธ.ค.)
เราตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ประเภทต่างๆในตลาดทุนโลก พบว่า ส่วนใหญ่ตอบสนองในเชิงที่ผ่อนคลายจากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เช่น Dollar index อ่อนค่า 0.91%, ทองดีดตัวแรง 1.1%, อัตราผลตอบแทน (Yield) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 2.3% เหลือ 2.22% ยกเว้นเพียงราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลดลง 1.3%
แต่ตลาดหุ้นเอเชีย เช้านี้ ไม่ได้ตอบสนองในเชิงบวกมากนัก โดยมีการเคลื่อนไหวคละเคล้าทั้งบวกและลบ เช่น ญี่ปุ่น -1.4%, สิงคโปร์ -0.2%
ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ
• ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายโรดแมปการเมืองไทยในระยะถัดจากนี้ ในสูตร 6+4+6+4 กล่าว คือ 6 เดือนแรกสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่, 4 เดือนถัดมา สำหรับทำประชามติ, 6 เดือนต่อมาสำหรับร่างกฎหมายลูก หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และ 4 เดือนสุดท้ายสำหรับหาเสียงเลือกตั้ง รวมระยะเวลา 20 เดือน ทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่จะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.60
กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น
- Top Daily Pick : PTT (มูลค่าเหมาะสม 363 บาท) Valuation ถูก ซื้อขายที่ P/BV ต่ำเพียง 0.97 เท่า, หากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามา PTT ซึ่งเป็นหุ้น Big cap น่าจะได้รับความสนใจก่อน โดยวานนี้ ถูกซื้อผ่าน NVDR มากสุดเป็นอันดับ 3 (เป็นรองแค่ SCB, AOT) และ SCN (มูลค่าเหมาะสม 14.2 บาท) ราคาปรับตัวลดลงในช่วงก่อนหน้าจนมี Upside จากราคาเหมาะสมสูงถึง 40%, มี Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากงาน EPC ตามแผนขยายสถานี NGV ของ PTT ในปี 2559
- Technical Pick : LIT PT ABC NEP QH (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นที่ได้รับผลบวกจากนโยบายกองทุนหมู่บ้าน (เริ่มปล่อยเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 14 ก.ย.นี้) (GL, GCAP, TK, THANI, S11, GLOBAL, MC, DRT, DCC) /หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)
Strategy Talk
- อยู่กับความไม่แน่นอนต่อไป เพราะ Fed เลือกคงดอกเบี้ย
• เมื่อวานนี้ Fed ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้เช่นเดิม ผิดจากที่เราคาดว่า จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
• เหตุผลสำคัญที่ Fed ตัดสินใจคงดอกเบี้ย คือ เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และความเปราะบางของภาวะการเงินโลก
• เทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์ส ปรับเปลี่ยนมุมมองทันที จากเดิมคาด Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกเดือน ธ.ค.58 ด้วยความน่าจะเป็น 64% เป็น เดือน ม.ค.59 ด้วยความน่าจะเป็น 54%
• โพลล์ของ Reuters สำรวจความคิดเห็นหลังรู้ผลประชุม Fed ส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถาม (12 จาก 17 คน) คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.
• เรามองว่า ตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging markets) ซึ่งได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกอย่างมากในช่วงก่อนหน้านี้ จะฟื้นตัวด้วยความผ่อนคลายใน
ระยะสั้น โดยกระแสเงินทุนไหลออกน่าจะชะลอตัวลง สะท้อนจากวานนี้ ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาแกว่งตัวบริเวณ 35.75 บาท/เหรียญฯ ด้านตลาดหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิวานนี้ 1.25 พันล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ 17 ส.ค.58 ขณะที่โอกาสที่จีนจะลดค่าเงินหยวนอีกรอบ น่าจะน้อยลง ทำให้โอกาสเกิดความปั่นป่วนในตลาดหุ้นโลกลดลงตามไปด้วย และลดความเสี่ยงขาลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
• อย่างไรก็ดี ในระยะกลาง เราเชื่อว่า การตัดสินใจของ Fed ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาด โดยเฉพาะในเรื่องการส่งสัญญาณของ Fed และดัชนีชี้วัดที่ Fed พิจารณาในการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย (Fed เริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น จากเดิมที่ยึดเงินเฟ้อและอัตราว่างงานในสหรัฐฯเป็นหลัก) ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์การตัดสินใจของ Fed ได้ยากขึ้นและมีโอกาสกลับมากังวลต่อประเด็นนี้อีกครั้งในการประชุมครั้งถัดๆไป (27-28 ต.ค. และ 15-16 ธ.ค.)









