วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SVI - ซื้อ

ปรับลดราคาเหมาะสม แผนซื้อหุ้นคืนหมดอายุ

ไม่ได้ซื้อหุ้นคืนตามแผน

ตามที่ SVI มีโครงการซื้อหุ้นคืนในวันที่ 2 มี.ค. 58 – 1 ก.ย. 58 จำนวนไม่เกิน 200 ล้านหุ้นในวงเงิน 1 พันล้านบาท ซึ่งระยะเวลาของโครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดลงไปแล้วแต่ที่ SVI ไม่ได้ซื้อหุ้นคืนตามแผน ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าต้องการใช้เงินขยายธุรกิจในปัจจุบัน ขณะที่การตอบแทนผู้ถือหุ้นด้วยการจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืนอาจจะกลับมาพิจารณาอีกครั้งในปี 2559

พื้นฐานไม่เปลี่ยน คงประมาณการกำไรสุทธิปี 58 - 59

เรามองว่าแผนการซื้อหุ้นคืนที่ยกเลิกไปไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจทำให้เราจึงยังคงประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2558 และปี 2559 ไว้ตามเดิม นอกจากนี้ยังมองว่าบริษัทมีความจำเป็นในการซื้อหุ้นคืนลดลงเนื่องจากราคาหุ้นได้ค่อยๆฟื้นตัวมาราว 20% นับแต่ช่วงที่เกิดเพลิงไหม้แล้ว ทั้งนี้ต้องรอติดตามว่า SVI จะนำเงินสดที่เหลือในมือจำนวนมากไปลงขยายธุรกิจอย่างไร

ปรับการคำนวณกำไรต่อหุ้น ราคาเหมาะสมใหม่ 5.3 บาท

ก่อนหน้านี้ เราได้คำนวณกำไรต่อหุ้น (EPS) ใช้จำนวนหุ้น 2,065 หุ้น เพราะคาด SVI จะซื้อหุ้นคืนและลดทุนเท่ากับจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไป แต่เมื่อบริษัทไม่ได้ซื้อหุ้นคืน ทำให้เราต้องปรับสมมุติฐานจำนวนหุ้นเป็น 2,265 หุ้น เท่ากับจำนวนหุ้นในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ประมาณการณ์ EPS ไม่รวมกำไรพิเศษ ของเราจะลดลงจาก 0.37 บาท เป็น 0.34 บาท และมูลค่าที่เหมาะสมสำหรับปี 58 ที่คำนวณด้วยวิธี PE (15.3 เท่า) ปรับเหลือ 5.3 บาทจาก 5.7 บาท (ลดลง 7%)

ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อบริษัท เด่นระยะยาว คงคำแนะนำ ซื้อ

แม้มูลค่าเหมาะสมใหม่มี Upside จำกัด (เหลือ 8% เป็นผลจากราคาหุ้นที่ดีดตัวขึ้นมาด้วย) แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากเรามีมุมมองเป็นบวกต่อการฟื้นตัวในปี 59 ของ SVI โดยเราคาดอัตราการเติบโตของกำไรปกติสูงถึง 29% เกิดจาก 1)ธุรกิจกลับมาผลิตอย่างปกติได้เต็มปี และ 2)การสร้างส่วนต่อขยายโรงงาน (SVI-2M) ที่จะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 59 จะเสริมศักยภาพให้โรงงานหลักรองรับงานได้มากขึ้นอีกราว 40% โดยเบื้องต้นเราคำนวณราคาที่เหมาะสมสำหรับปี 59 ได้ที่ 6.6 บาท มี Upside สูงถึง 34% จากราคาตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้ มีปัจจัยบวกของปี 59 ที่ยังไม่รวมในประมาณการเราจาก แผนขยายโรงงานแห่งใหม่ที่กัมพูชาและแผน M&A กับพันธมิตรในต่างประเทศ รวมถึงค่าเงินบาทที่มีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง (เราประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราบาท/ดอลลาร์ 1 บาท จะทำให้กำไรสุทธิ SVI เพิ่มขึ้น/ลดลง ราว 2.2%)