วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งแคบ รอผลการประชุมเฟด

แนะนำ ถือ (ขายลดพอร์ต/ตัดขาดทุน ต่อเมื่อดัชนีฯร่วงหลุดแนวรับ 1375/1355 จุดตามลำดับ)

Market Outlook

คาดดัชนีฯ ผันผวนรอผลการประชุมเฟด แนะนำ ถือ โดยลดพอร์ตหรือขายตัดขาดทุน หากดัชนีฯหลุด 1375/1355 จุด

คาดดัชนีฯ วันนี้ ผันผวนในกรอบแคบระหว่าง 1365-1385 จุด โดยตลาดหุ้นโลกยังให้น้ำหนักเรื่องการประชุมเฟดในวันพฤหัสฯ นี้เป็นหลัก ขณะที่วันนี้จะมีการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่า จะออกมาเพิ่มขึ้นในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีจะเพิ่มคาดการณ์ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและส่งเชิงลบต่อตลาดหุ้น อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของนักเศรษฐศาสตร์ เสียงยังแตกออกเป็น 50:50 เราจึงมองว่าผลการประชุมเฟดครั้งนี้จะเซอไพรส์ตลาดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (ทางบวกหาก
ไม่ขึ้นดอกเบี้ย และทางลบหากขึ้นดอกเบี้ย) ด้านปัจจัยอื่นๆ นักลงทุนยังมีความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และราคาน้ำมันดิบกลับมามีทิศทางอ่อนตัวลง

กลยุทธ์ แนะนำ ถือ (ขายลดพอร์ต/ตัดขาดทุน ต่อเมื่อดัชนีฯร่วงหลุดแนวรับ 1375/1355 จุด ตามลำดับ)

ปัจจัยต่างประเทศ

นักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟด ขณะที่สัปดาห์นี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมากนัก โดยวันนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. ซึ่งตลาดคาดจะออกมาดี และในวันพรุ่งนี้จะมีการเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ซึ่งคาดจะอยู่ในระดับต่ำตามราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้ ความเห็นต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในตลาดยังแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทำให้คาดว่าผลการประชุมที่ออกมาจะส่งผลเซอร์ไพรส์ตลาดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยในการประชุมครั้งนี้ เฟดจะมีการประกาศตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและคำแถลงของประธานเฟดภายหลังการประชุมด้วย

ทั้งนี้ มุมมองของตลาดต่อผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดค่อนข้างหลากหลาย นักวิเคราะห์บางรายมองว่าจะส่งผลด้านลบแต่ไม่มากเนื่องจากตลาดรับรู้เรื่องการปรับขึ้นของเฟดมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่ นักวิเคราะห์บางรายมองว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลงแรง จากคาดว่าสภาพคล่องในตลาดที่ลดลงหลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มความผันผวนในตลาด

ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดรอบนี้จะต่างกับรอบก่อนๆ ในส่วนที่เฟดต้องทำการดูดซับสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่ไปกับการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากขณะนี้ในระบบมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่จำนวนมากจากการดำเนินนโยบาย QE ของเฟดในช่วงก่อนหน้า ซึ่งเรามองว่าการดูดซับสภาพคล่องนี้จะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ปรับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น (จากภาวะ overvalue ซึ่งเกิดขึ้นจากมาตรการ QE ของเฟด) ดังนั้น ตลาดหุ้นจึงมีโอกาสของการปรับฐานได้หลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ราคาน้ำมันกลับมามีแนวโน้มอ่อนตัวลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนบ่งชี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง และสภาสหรัฐจะมีการลงมติข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า อย่างไรก็ดี มีการคาดว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะทำให้ผู้ผลิตที่อยู่นอกกลุ่มผลิตน้ำมันลดลงในปีหน้าเช่นกัน โดยจากรายงานของ IEA วานนี้คาดว่า ผลผลิตของผู้ส่งออกน้ำมันนอกกลุ่มโอเปคในปีหน้าจะลดลง และอุปสงค์และอุปทานในตลาดน้ำมันดิบโลกจะเริ่มเข้าสู่สมดุลในช่วงครึ่ง
หลังของปีหน้า (ดูรูปประกอบในเล่ม)

สัญญาณทางเทคนิค : ระยะกลาง ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ขณะที่ระยะสั้น SET ยังคงอยู่ในช่วงของการรีบาวด์ ในกรอบ Up Channel 1380-1445 จุด โดยมีแนวต้านย่อยที่ 1418 จุด และ 1434 จุดตามลำดับ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1380/1355 จุด สัญญาณ Overbought ของ Stochastics และ RSI จะส่งผลให้แนวโน้มดัชนีฯ มีโอกาสผันผวนสูงในสัปดาห์นี้