ถือ ควรขายลดพอร์ต หากดัชนีฯต่ำกว่า 1380 จุด และขายตัดขาดทุนทั้งหมด หากดัชนีฯ หลุด 1355 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวน กรอบ 1380-1400 จุด รอลุ้นผลการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า แนะนำ ถือ โดยปรับลดพอร์ต หากดัชนีฯต่ำกว่า 1380 จุด และขายตัดขาดทุนทั้งหมด หากต่ำกว่า 1355 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ ผันผวน กรอบ 1380-1400 จุด แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงเป็นแรงหนุนหลัก แม้ว่าปัจจัยเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย ยังเป็นแรงกดดันอยู่ จึงคาดดัชนีจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบไปจนถึงการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ กรอบขาขึ้นของดัชนีมีโอกาสขยับขึ้นไปที่ 1420-1440 จุด หากเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมสัปดาห์หน้า (โอกาส 50%)
กลยุทธ์ แนะนำ ถือ (ควรขายลดพอร์ต หากดัชนีฯ ต่ำกว่า 1380 จุด และขายตัดขาดทุนทั้งหมด หากดัชนีฯ หลุด 1355 จุด ส่วน Upside อาจปรับขึ้นไปได้ถึง 1420-1440 จุด หากผลประชุมเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย)
ปัจจัยต่างประเทศ
นักเศรษฐศาสตร์/Trader ส่วนใหญ่คาดเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า โดยนักเศรษฐศาสตร์ 38 จาก 78 ราย (48.7%) คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ที่เหลือส่วนใหญ่คาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. ขณะที่ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่คำนวนจาก Fed Fund Futures ขณะที่ลดต่ำเพียง 28% จากก่อนหน้าที่เคยอยู่สูงถึงราว 50%
อย่างไรก็ดี จากตัวเลขภาคตลาดแรงงานสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่ง และการส่งสัญญาณของเฟดที่ไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อเวลาที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากนัก จึงคาดว่าตลาดหุ้นโลกจะมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงนี้จนถึงการประชุมเฟดในกลางสัปดาห์หน้า
ธนาคารกลางอังกฤษส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังคงส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า โดยรายงานการประชุมระบุว่า กรรมการ BoE เห็นพ้องกันว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และภาวะปั่นป่วนในตลาดการเงินทั่วโลกยังไม่ได้ทำให้มุมมองของเศรษฐกิจอังกฤษเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ เราประเมินว่าจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติของธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้ว จะยิ่งกดดันค่าเงินในประเทศเกิดใหม่ให้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง รวมถึงค่าเงินบาทของไทยที่ขณะนี้อ่อนค่าหลุด 36 บาท/ดอลลาร์ และเรามีมุมมองว่าอาจอ่อนค่าไปถึง 36.50 บาท/ดอลลาร์ภายในปีนี้ โดยการอ่อนค่าจองเงินบาทจะยังเป็นปัจจัยให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง
ปัจจัยในประเทศ
ADB เล็งลดคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้อีกรอบ จากเดิมที่คาดราว 2.9-3.0% โดย ADB ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจในประเทศยังไม่มีการฟื้นตัว และการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆของภาครัฐยังไม่เห็นผลออกมา ทำให้การลงทุนต่างๆ และการบริโภคในประเทศมีการชะลอตัว ประกอบกับตัวเลขภาคส่งออกยังมีแนวโน้มติดลบ อย่างไรก็ดี ADB มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 59 จะกลับมาดีขึ้นจากปีนี้ หลังจากมาตรการและนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเห็นผลอย่างชัดเจนในปีหน้า ทั้งนี้ KTZ คาดเศรษฐกิจไทยปี 58 และ 59 เติบโตที่อัตรา 2.6% และ 3.2% ตามลำดับ
สัญญาณทางเทคนิค : ดัชนีผันผวนมากยิ่งขึ้น แต่การเคลื่อนไหวยังอยู่ในกรอบขาลง จึงยังมีโอกาสของการกลับมาสู่รอบของการปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1355 จุด และถัดไปที่บริเวณจุดต่ำเดิม 1300/1292 จุด ตามลำดับ ส่วนระยะสั้นอาจเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1400 จุด ได้









