“ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ 16-17 ก.ย. นี้ ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่”
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 46 – 51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 50 – 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (7-11 ก.ย. 58)
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน โดยตลาดน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว โดยล่าสุดดัชนีภาคการผลิตจีนอยู่ในอาการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบระยะเวลาอย่างน้อยสามปี ประกอบกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดจากอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกลุ่มโอเปคแสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำและส่งสัญญาณที่จะเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ชะลอตัวลง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- จับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ ว่าจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ โดยล่าสุด Fed กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจ และหารือในประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ Fed หลายราย ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed ได้กล่าวย้ำว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ Fed ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับช่วงเวลาของการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้อาจถูกชะลอออกไป จากอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่เพิ่มขึ้นสู่เป้าหมายที่ร้อยละ 2
- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว โดยล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยตัวเลขดัชนีภาคการผลิตจีน (PMI) ประจำเดือน ส.ค. 58 ปรับลดลง 0.3 จากเดือนก่อนหน้า แตะระดับ 49.7 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 โดยข้อมูลชุดนี้สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมในภาคการผลิตของจีนในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ในอาการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบระยะเวลาอย่างน้อยสามปี เนื่องจากความต้องการซื้อทั้งในและนอกประเทศจีนชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกมากขึ้นว่าประเทศจีนที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก อาจกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง
- กลุ่มโอเปคแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ และแสดงความพร้อมที่จะเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะปรับลดปริมาณการผลิตเพื่อพยุงราคาหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ เวเนซุเอลาได้พยายามติดต่อประเทศสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มโอเปค เพื่อผลักดันการจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นร่วมกับรัสเซีย และมุ่งหามาตรการเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างแรง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีสัญญาณจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียในการเจรจาเพิ่มเติมกับผู้ผลิตรายอื่น
- ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ชะลอตัวลง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานกำลังผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงถึง 119,000 บาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 9.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค.) ที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1 แท่น สู่ระดับ 675 แท่น โดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าการปรับเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบอาจจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้ หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 20 จากเดือน มิ.ย.
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต-ผู้บริโภค ปริมาณการส่งออก ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก และดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ส.ค. – 4 ก.ย. 58)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.83 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 46.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.44 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 49.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันของจีน ประกอบกับ EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค. 58 ปรับเพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบาร์เรล สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าจะปรับลดลงประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มโอเปคที่มีการส่งสัญญาณพร้อมจะเจรจากับผู้ผลิตในกลุ่มและนอกกลุ่มโอเปคมากขึ้น รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐและแคนาดาที่ปรับลดลง โดยปริมาณการผลิตของแคนาดาปรับลดลงเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องหยุดดำเนินการอย่างกะทันหัน
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









