กำไรเติบโต เงินปันผลสูง
แนวโน้มกำไร 2H58 เติบโต
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2H58 จะปรับเพิ่ม แม้จะผ่านช่วง Peak Demand ไฟฟ้าใน 2Q58 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ที่ทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าได้แก่ (1) โรงไฟฟ้าถ่านหินโครงการหงสา ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตหน่วยที่ 1 มาตั้งแต่ มิ.ย. 58 และหน่วยที่ 2 จะเริ่มผลิตไฟฟ้า พ.ย. 58 และ (2) โรงไฟฟ้าชีวมวล (ใช้เศษไม้ยางพาราเป็นเชื้อเพลิง) ขนาดกำลังผลิต 9.9 เมกะวัตต์ (RATCH ถือหุ้น 40%) เริ่มผลิตไฟฟ้า ส.ค. 58 หนุนผลประกอบการ 2H58 โดยกำไรสุทธิ 1H58 คิดเป็น 47% ของที่เราประเมินไว้ที่ 5.9 พันล้านบาท ลดลง 6.6%YoY
กำลังผลิตเพิ่ม หนุนกำไรปี 59
ผลประกอบการปี 2559 มีแนวโน้มเติบโตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการหงสา (1,878 เมกะวัตต์) ซึ่งเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2558 จำนวน 2 หน่วย จะมารับรู้รายได้เต็มในปี 2559 ขณะที่หน่วยผลิตที่ 3 จะเริ่มผลิตไฟฟ้า มี.ค. 59 โดยเราประเมิน RATCH จะมีกำไรจากโครงการดังกล่าวประมาณ 2 พันล้านบาท ตามสัดส่วนการถือหุ้น (RATCH ถือหุ้น 40%) รวมทั้งยังมีโรงไฟฟ้า SPP โครงการนวนคร (RATCH ถือหุ้น 40%) และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2559 เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิในปี 2559 อยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%
ยังคงให้ปันผลสูง
แนวโน้มกำไรสุทธิที่ยังคงมีการเติบโตในปี 2559 ทำให้เราคาดหมายจะเห็นการเพิ่มขึ้นของการจ่ายเงินปันผล โดยในปี 2558 เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2.27 บาท ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.2% เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุด ขณะที่กำไรสุทธิในปี 2559 ที่เติบโตมากถึง 24%YoY ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 2.5 บาท ให้ผลตอบแทน 4.6% ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 1.1 บาทต่อหุ้น ผลตอบแทน 2%
แนะนำ “ซื้อ”
ราคาหุ้นแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมการลงทุนจะผันผวน แต่ราคาหุ้น RATCH ปรับลดลงจากราคาปิดสิ้นปีที่ผ่านมาเพียง 7% ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ายังคงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในอัตราสูงในปี 2558 ที่ 4.2% และปี 2559 อยู่ที่ 4.6% เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนที่ดี ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside gain กว่า 29% (รวมเงินปันผล) ทำให้เราแนะนำ “ซื้อ”








