วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์

สะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : รีบาวด์

เราคาดตลาดไทยวันนี้มีโอกาสเด้งกลับได้บ้าง หลังโดนแรงขายช่วงท้ายตลาดเมื่อวานนี้ โดยวันนี้มีปัจจัยบวกจากต่างประเทศเป็นหลักคือ การที่ประธานเฟดสาขานิวยอร์กประกาศว่าเฟดยังไม่ควรปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากวิตกปัญหาเศรษฐกิจโลกจะกระทบสหรัฐ เราจึงเห็นดัชนีดาวโจนส์รีบาวด์ขึ้นแรงเมื่อคืนนี้ ประกอบกับธนาคารกลางจีนออกมาตรการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมเข้าระบบธนาคาร ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นจีนฮ่องกงและภูมิภาคเอเชียโดยรวม

แนวรับ/แนวต้าน : 1300/1330 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : สะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

นักลงทุนระยะสั้น : SVI(5.40), NUSA(1.25)

SVI(5.40) งบ Q2 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q3 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกา 4 ราย ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 40% ในปีหน้า

NUSA (1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)

ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

- "แอตต้า" แจงระเบิดราชประสงค์ ฉุดยอดท่องเที่ยวผ่านทัวร์ เผย 4 ตลาดเอเชีย "ฮ่องกง-มาเลเซีย-สิงคโปร์-ไต้หวัน" อ่อนไหว ทางด้าน "กอบกาญจน์" ประเมินผลกระทบจากระเบิดราชประสงค์ ชี้กรณีเลวร้ายสุดจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 5 แสนถึง 1 ล้านคน กระทบรายได้ 70,000 ล้านบาท แต่ภาพรวมทั้งปียังเป็นไปตามเป้า เตรียมจับมือองค์กร ท่องเที่ยวโลก ฟื้นความเชื่อมั่น

- น.ส.ธีรินทร์ รัตนภิญโญวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลยุทธ์ธุรกิจและอุตสาหกรรม และรักษาการคลัสเตอร์ส่งออก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้คงต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ 3% เป็นผลมาจากการส่งออกของไทยในสถานการณ์ปัจจุบันอาจติดลบมากกว่า 3% ในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าให้ปรับลดลง โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เช่น จีน ที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนลดลง

+ คลังเตรียมแพ็คเกจระยะสั้น เสนอ ครม.สัปดาห์หน้า เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า อัดฉีดเงินกองทุนหมู่บ้าน-เร่งโครงการลงทุนขนาดเล็กมั่นใจ 3 เดือนเห็นผล พร้อมสั่งออกมาตรการให้สิทธิประโยชน์เพิ่ม เร่งการลงทุนเอกชน ทางด้านพาณิชย์ชูนโยบายเน้นคนรายได้น้อยอัดแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพชงอุ้มดอกเบี้ยพยุงราคาข้าว นัดแถลงนโยบาย 28 ส.ค.นี้ สอดคล้องแนวทางหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ด้าน "กกพ." เคาะค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.58 ลดลงแค่ 3.23 สต./หน่วยเหตุค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเร็ว

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,285.51 จุด พุ่งขึ้น 619.07 จุด หรือ +3.95%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่า แนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้ามีน้อยลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือน ก.ค.

- ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วง 102.14 จุด หรือ 1.68% ที่ 5,979.20 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากตลาดไม่ได้ให้ความสนใจกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของทางการจีน

+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 570.13 จุด หรือ 3.20% แตะที่ 18,376.83 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทะยานขึ้นแข็งแกร่งในวันนี้ หลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังชะลอตัวลง

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 71 เซนต์ ปิดที่ 38.6 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้สกัดปัจจัยบวกจากรายงานที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 3 เดือน