ฟื้นตัวระยะสั้น แต่ยังไม่น่าวางใจ
SET View
- แนวโน้ม คาด SET ฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นโลกจากปัจจัยบวกคือการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง 0.25% เหลือ 4.6%) และลดอัตราดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (Reserve Requirement Ratio หรือ RRR) ลง 50bps เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน ส่งผลให้วานนี้ ตลาดหุ้นยุโรปตอบสนองในเชิงบวกอย่างมาก ด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4-5% แต่การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยืนไม่อยู่ในช่วงท้ายของการซื้อขายจนมาปิดติดลบ เป็นปัจจัยที่ลดทอนความมั่นใจของนักลงทุนลงในระดับหนึ่ง
ประเมินแนวต้าน SET ที่ 1340 จุด แนวรับ 1315 จุด แต่การฟื้นตัววันนี้ ยังตอบได้ยากว่า ยืนยันการกลับทิศของ SET หรือไม่ เพราะ SET ลงแรงและชันมาต่อเนื่อง ดังนั้นการเกิด Technical rebound ย่อมเป็นไปได้
เป็นที่น่าสังเกตว่า การลดดอกเบี้ยและ RRR ของธนาคารจีนในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นจีนเพียงเท่านั้น ส่วนตลาดหุ้นอื่นทั่วโลกกลับไม่ได้รับผลบวกมากเท่าใดนัก แต่ในภาวะปัจจุบัน ตลาดขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน ทำให้การลดดอกเบี้ยของจีนซึ่งเป็นเพียงข่าวดีไม่กี่เรื่องในช่วงนี้ กลับมีผลบวกเชิง Sentiment ต่อตลาดหุ้นโลกค่อนข้างมาก
- กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรระยะสั้นภายในวันด้วยความระมัดระวัง เน้นหุ้นที่ถูกยืมมาชอร์ตในช่วงตลาดลงแรง วันนี้มีโอกาสได้เห็นการซื้อกลับ (Short covering)
Top Daily Pick : PTT (มูลค่าเหมาะสม 363 บาท) เป็นหุ้นที่ถูก Short selling มากสุดใน 1 สัปดาห์หลังสุด, ราคาปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่า Book value (P/BV เท่ากับ 0.98 เท่า), ได้รับ sentiment บวกจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันและข่าวการปรับเพิ่มราคา NGV และ SCN (มูลค่าเหมาะสม 16 บาท) ราคาปรับตัวลดลงมามากจนมี Upside กว่า 60% จากราคาเหมาะสม, หุ้นเติบโตดีด้วยแผนธุรกิจที่แข็งแกร่ง คาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 25% ช่วงปี 2558-2560
Technical Pick : AIRA-W1 AIRA-W2 CHOW TNPC JAS (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นปันผลเด่น (INTUCH, EGCO) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)
พอร์ตลงทุน
Trading KCE EGCO ADVANC BBL INTUCH SVI SAWAD
Growth WORK SVI PTT TVD JAS
Dividend ADVANC SCB EGCO RATCH BTS
Quant M MAJOR HANA EGCO SCCC TSC BTS
- รายงานวันนี้
Update : EGCO (“ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 175 บาท) โดดเด่นกว่ากลุ่ม
Update : กลุ่มพลังงาน (น้ำหนักการลงทุน “น้อยกว่าตลาด”) แนะเก็งกำไร กลุ่มโรงกลั่น
Update : กลุ่มยานยนต์ (น้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด”) ส่งออกรถ ก.ค.พลิกเติบโต แต่ทั้งปีลดเป้าผลิตลง
Comment : กลุ่มสื่อสาร (น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด”) นับถอยหลังสู่การประมูลคลื่น 4จี
Comment : กลุ่มที่อยู่อาศัย (น้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด”) ยอดขายเฉลี่ยของกลุ่มเดือน ก.ค.ปรับลด
Strategy Talk
- ปรับลดเป้าหมาย SET ปีนี้เหลือ 1365 จุด
เราปรับลดเป้าหมาย SET ปี 2558 จากเดิม 1640 จุด เหลือ 1365 จุด เป็นผลมาจาก
• การปรับลดประมาณการกำไรตลาด (EPS) สำหรับปีนี้ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดการณ์ที่ 95.4 บาท เมื่อเทียบกับประมาณการกำไรของหุ้นใน Coverage ของเราและฝ่ายวิจัยภัทร เราประเมินว่า Bloomberg consensus มีความเสี่ยงต้องถูกปรับลดลงราว 4% ดังนั้น เราใช้ EPS ของ SET ที่ 91.6 เป็นฐานในการคำนวณเป้าหมาย SET
• การปรับลด P/E ratio เป้าหมาย จากเดิม เราใช้ 16.4 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 13 ปี + 1S.D. เรามองว่า SET ไม่ควรจะซื้อขายที่ระดับพรีเมี่ยม (Premium) มากขนาดนั้น เพราะ
1) อัตราการเติบโตของทั้งกำไรตลาดและ GDP ไทยที่น้อยกว่าที่เคยประเมิน
2) กระแสเงินทุนต่างชาติซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ SET ซื้อขายด้วย P/E ที่สูงในช่วง 3 ปีหลัง กลับทิศเป็นการไหลออกต่อเนื่อง
3) ความเสี่ยงต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติม จากภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและเหตุการณ์ความไม่สงบที่กระทบต่อภาคท่องเที่ยวในช่วงใกล้ฤดูกาลท่องเที่ยว
ส่งผลให้เราปรับลด P/E เป้าหมาย ลงมาเหลือ 14.9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 13 ปี (ที่ 13.5 เท่า) + 0.5S.D.
ด้วยสมมุติฐานดังกล่าว ทำให้เราได้เป้าหมายใหม่สำหรับปีนี้ที่ 1365 จุด มี Upside จากระดับดัชนีปัจจุบันเพียง 3.1%
ทั้งนี้ เราเชื่อว่า นักลงทุนจะเริ่มมองอนาคตไปถึงปีหน้า เพราะเข้าสู่ช่วงปลาย 3Q58 แล้ว โดยนักวิเคราะห์ในตลาดจะเริ่มปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมของหุ้นในปีหน้า ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.เป็นต้นไป สำหรับเป้าหมาย SET ปี 2559 เราประเมินเบื้องต้นที่ระดับ 1485 จุด อิง EPS ที่ 99.6 บาท (คาดกำไร SET โตราว 8.7% เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว 14 ปี) เทียบเท่า P/E ratio ที่ 14.9 เท่า เช่นเดิม มี Upside จากระดับดัชนีปัจจุบันราว 12%









